หลายคนเสียดายผลไม้ที่เพิ่งซื้อมา พอเห็นขึ้นราเพียงจุดเดียวก็มักหยิบมีดมาตัดส่วนที่เน่าออก แล้วกินส่วนที่เหลือต่อทันที แต่คำถามคือ ทำแบบนี้ปลอดภัยจริงหรือ?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับชนิดของผลไม้ เพราะผลไม้เนื้อแข็งกับผลไม้เนื้อนิ่ม มีความเสี่ยงจากเชื้อราไม่เท่ากัน และราที่เราเห็นบนผิวอาจเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน
ผลไม้แบบไหน “ตัดแล้วกินได้” ?
หากเป็นผลไม้เนื้อแข็งและมีความชื้นต่ำ เช่น แอปเปิล หรือ ลูกแพร์บางพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสามารถตัดส่วนที่เป็นราออกพร้อมเนื้อรอบ ๆ ได้ หากเชื้อรามีขนาดเล็กและเกิดเพียงจุดเดียว โดยควรตัดให้ห่างจากจุดราอย่างน้อยประมาณ 2.5 เซนติเมตร
ข้อควรระวังคือ อย่าใช้มีดผ่าผ่านจุดที่เป็นราแล้วตัดส่วนดีต่อ เพราะอาจทำให้เชื้อราปนเปื้อนไปยังเนื้อผลไม้ที่ยังไม่เสียได้
ผลไม้แบบไหนควรทิ้งทั้งลูก?
ผลไม้เนื้อนิ่ม เช่น สตรอว์เบอร์รี ส้ม ลูกพีช พลัม และเบอร์รีต่าง ๆ ไม่แนะนำให้ตัดเฉพาะส่วนที่ขึ้นราแล้วกินต่อ เพราะเชื้อราสามารถแทรกซึมเข้าไปในเนื้อผลไม้ได้อย่างรวดเร็ว แม้ภายนอกจะเห็นเพียงจุดเดียวก็ตาม
หากเป็นผลไม้เม็ดเล็กที่อยู่รวมกันในกล่อง เช่น บลูเบอร์รี สามารถคัดทิ้งเฉพาะเม็ดที่ขึ้นรา และเม็ดที่สัมผัสกับมันโดยตรงได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทิ้งทั้งกล่องเสมอไป
ทำไมราถึงลาม ทั้งที่มองเห็นแค่จุดเดียว?
สิ่งที่เราเห็นเป็นปุยสีเขียว ขาว หรือดำบนผลไม้ คือส่วนที่สร้างสปอร์ของเชื้อรา แต่ เส้นใยของรา อาจแผ่กระจายลึกเข้าไปในเนื้อผลไม้จนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำมาก จึงไม่สามารถตัดสินความปลอดภัยจากผิวด้านนอกเพียงอย่างเดียว
เชื้อราบางชนิดยังอาจสร้าง ไมโคท็อกซิน (Mycotoxins) หรือสารพิษจากเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้เนื้อนิ่มที่ขึ้นรา
เช็กลิสต์ใน 10 วินาที ก่อนตัดสินใจ
| กินต่อได้ (เมื่อเป็นเพียงจุดเดียว) | ควรทิ้งทันที |
|---|---|
| แอปเปิล | สตรอว์เบอร์รี |
| ลูกแพร์เนื้อแข็ง | ส้ม |
| ตัดออกพร้อมเนื้อรอบ ๆ 2.5 ซม. | ลูกพีช / พลัม |
| ใช้มีดสะอาด ไม่ผ่านจุดรา | ผลไม้ที่มีราหลายจุด |








