บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) เดินหน้าส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัลและการเป็นผู้ประกอบการให้กับเยาวชนไทย ผ่านโครงการ Shopee University Campus Partnership ความร่วมมือระหว่างช้อปปี้กับสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของไทย อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยศรีปทุม เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซควบคู่ไปกับการเรียนในห้องเรียน

ตลอดระยะเวลาครึ่งปีแรก 2569 นักศึกษาราว 700 คน ได้เข้าร่วมการอบรมและเวิร์กชอปจากทีม Shopee University พร้อมเรียนรู้การสร้างคอนเทนต์ การทำการตลาดดิจิทัล การใช้เครื่องมือบนแพลตฟอร์ม และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปต่อยอดสู่การสร้างรายได้จริงผ่านเครื่องมือทางการตลาดของช้อปปี้ ไม่ว่าจะเป็น Shopee Affiliate Shopee Video และ Shopee LIVE

นอกเหนือจากการเติบเต็มองค์ความรู้ในห้องเรียนแล้ว โครงการฯยังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้ทดลองลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งหลายคนสามารถนำประสบการณ์ดังกล่าวไปต่อยอดเป็นรายได้ระหว่างเรียน และค้นพบเส้นทางอาชีพใหม่ให้กับตนเอง

จากนักศึกษาปีหนึ่งที่ต้องหยุดเรียนชั่วคราว สู่การสร้างค่าคอมมิชชันเฉียดล้านบน Shopee Affiliate

หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ “น้องออม-จิราวรรณ กิจฤกษ์ไทย” นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาการตลาดดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เจ้าของช่อง Shopee Affiliate: aomji2006 ซึ่งเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำ Shopee Affiliate มาจากช่วงเวลาที่ครอบครัวประสบปัญหาด้านการเงิน จนต้องตัดสินใจพักการเรียนไว้ชั่วคราวเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว พร้อมกลับมาดูแลคุณปู่ที่กำลังป่วยหนัก

ระหว่างนั้น น้องออมแบ่งเวลาช่วงกลางวันดูแลคุณปู่ และใช้ช่วงกลางคืนไลฟ์ขายสินค้าและทำคลิปวิดีโอเพื่อสร้างรายได้บนช้อปปี้ ก่อนเข้าร่วมแคมเปญสนับสนุนจาก Shopee Live ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายและค่าคอมมิชชันอย่างต่อเนื่อง

ด้วยการนำความรู้ด้านการตลาดดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ชมและลูกค้า น้องออมสามารถสร้างยอดคำสั่งซื้อสะสมราว 16,000 ออเดอร์ และมีค่าคอมมิชชันสะสมในปี 2568 ราว 1 ล้านบาท ขณะที่ปี 2569 เพียงแค่ช่วงเดือนเมษายน–มิถุนายน ก็ยังสามารถสร้างยอดขายให้ร้านค้าบนช้อปปี้กว่า 640,000 บาท ซึ่งช่วยให้มีรายได้เพียงพอสำหรับเป็นทุนกลับมาเรียนต่อได้สำเร็จ

“ออมไม่ได้ถ่ายคลิปแบบเรียลไทม์ตามอารมณ์ แต่จะใช้วิธีรวบยอดถ่ายคอนเทนต์เตรียมตุนล่วงหน้าเป็น 10 ชิ้นในวันเดียว โดยอิงตามกิจวัตรประจำวันจริง (เช่น วันที่ทำความสะอาดห้องคอนโด ก็จะถ่ายรีวิวเครื่องดูดฝุ่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า กระดาษทิชชู่ รวดเดียว หรือตอนอาบน้ำก็ถ่ายรีวิวสครับขัดผิว โฟมล้างหน้า) เพื่อไม่ให้รู้สึกฝืนและเป็นธรรมชาติที่สุด จากนั้นจะตั้งค่าบันทึกเป็นร่างไว้และกดโพสต์ตามเวลาทำงาน

สิ่งสำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอค่ะ ทุกวันที่ลงมือทำ เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเสมอ ถ้ามีวินัยและเชื่อมั่นในตัวเอง ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ตามมา ” น้องออมกล่าว

จากโจทย์ท้าทายในห้องเรียน สู่การสร้างความสำเร็จด้วยยอดขายหลักล้าน

สำหรับ “น้องวิว-วรัญญา แพบรรยงค์” บัณฑิตจบใหม่จากสาขาการตลาดดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เล่าว่า การเข้าร่วมโครงการฯ ช่วยให้เธอเห็นภาพการทำงานจริงของธุรกิจออนไลน์ และสามารถนำองค์ความรู้จากการอบรมของ Shopee University มาประยุกต์ใช้กับโปรเจกต์รายวิชาในมหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในโปรเจกต์ของวิชาเรียน นักศึกษาต้องทำงานเป็นทีมเพื่อสร้างยอดขายผ่าน Shopee Affiliate ให้ได้ 1 ล้านบาทภายใน 1 ภาคการศึกษา โดยในช่วงแรกน้องวิวและเพื่อนๆในทีม เลือกใช้วิธีการทำ Shopee Affiliate ด้วยการแนะนำสินค้าและแปะลิงก์เป็นหลัก แต่เมื่อเห็นเพื่อนจากทีมอื่นๆ สามารถสร้างรายได้จาก Shopee LIVE ได้มากขึ้น เธอจึงเข้าไปสอบถามวิธีการและตัดสินใจทดลองด้วยตัวเอง โดยได้นำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาปรับใช้กับการวิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้าน ทั้งกลุ่มอายุ เพศ และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสั่งซื้อ เพื่อวางแผนการไลฟ์และเลือกสินค้าที่ตรงกับความสนใจของผู้ชม

การเปลี่ยนวิธีทำงานดังกล่าวทำให้น้องวิวสามารถสร้างยอดขายเฉพาะจากการไลฟ์ในวันแคมเปญช่วง 3.3 ได้กว่า 100,000 บาท พร้อมนำวิธีการที่ได้ผลมาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ในทีมปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานร่วมกัน จนทีมสามารถบรรลุเป้าหมายยอดขาย 1 ล้านบาทครบและจบตามกำหนดการที่อาจารย์ได้วางไว้ โดยเมื่อคิดเฉพาะยอดขายส่วนตัวของน้องวิวที่สร้างให้กับทีมได้นั้น ก็มากกว่า 400,000 บาท

สำหรับน้องวิว ประสบการณ์ครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงการนำความรู้จากห้องเรียนมาใช้ แต่ยังทำให้เห็นว่าการทำธุรกิจในโลกดิจิทัลต้องพร้อมเรียนรู้และปรับเปลี่ยนวิธีการอยู่เสมอ

“ตอนแรกหนูคิดว่าการแปะลิงก์อย่างเดียวก็น่าจะพอ แต่พอเห็นเพื่อน ๆ ทำ LIVE แล้วได้ผล หนูก็ลองเข้าไปถามและทดลองทำดู พอเห็นว่าวิธีนี้ได้ผล ก็เอามาปรับใช้กับทีมด้วย หนูรู้สึกว่าการทำธุรกิจคงเป็นแบบนี้ ไม่มีวิธีสำเร็จรูปแบบเดียว เราต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอด เพื่อให้ทันกับสิ่งที่เปลี่ยนไป ทำให้หนูมั่นใจมากขึ้นว่า สิ่งที่กำลังเรียนอยู่สามารถนำไปใช้ในการทำงานและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้จริง” น้องวิวกล่าวเพิ่มเติม ”

จากนักศึกษาศิลปศาสตร์ผู้เขินอาย สู่การค้นพบเส้นทางสร้างความมั่นใจบนโลกดิจิทัล

ปิดท้ายด้วยความสำเร็จสุดประทับใจจาก “น้องปาย-นฤพจน์ แก้วกันยา” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นตัวแทนของคนที่กล้าที่ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านความมั่นใจของตัวเองลงอย่างสิ้นเชิง น้องปายเล่าอย่างเปิดอกว่าเขาเป็นคนขี้อายและพูดไม่เก่งเลย

“ไลฟ์ครั้งแรกยากและท้าทายมากครับ สินค้าวางเต็มโต๊ะแต่พอเริ่มไลฟ์เห็นหน้าตัวเองในกล้องผมตื่นเต้นจนเงียบอึ้งพูดไม่ออกไปเลย’

แต่น้องปายเลือกที่จะไม่ถอย หลังตัดสินใจเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองเรียนรู้ น้องปาย นำองค์ความรู้พื้นฐานของคณะศิลปศาสตร์อย่าง ศาสตร์แห่งการสื่อสารและทักษะการนำเสนอมาปรับใช้ จัดเรียงขั้นตอนการรีวิวสกินแคร์และสินค้าใช้ในบ้านอย่างมีระบบ โดยเน้นการเรียบเรียงข้อมูลและนำเสนอสินค้าอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการฯอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับเทคนิคและวิธีการมาพัฒนาตนเอง

ตลอดระยะเวลา 6 เดือน ปายสามารถสร้างรายได้จากค่าคอมมิชชันและโบนัสพิเศษจากโครงการฯ รวมกว่า 60,000 บาท พร้อมค้นพบว่าการทำคอนเทนต์ดิจิทัลเป็นอีกหนึ่งทักษะที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ จึงเตรียมทดลองสร้างคอนเทนต์ผ่าน Shopee Video เพื่อสร้างรูปแบบคอนเทนต์ในแบบของตัวเองพร้อมสร้างรายได้ต่อไป

“ผมอยากชวนเพื่อน ๆ ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพราะบางครั้งโอกาสที่เข้ามา อาจพาเราไปเจอเส้นทางที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ และขอบคุณพี่ๆ ทีม Shopee University ที่นอกจากจะให้ความรู้แล้ว ในตอนที่เปิดไลฟ์จริง พี่ๆ ยังแวะเข้ามาพูดคุยและช่วยสั่งซื้อสินค้าในไลฟ์เพื่อเป็นกำลังใจ และเรียนจบแล้วก็ยังคอยช่วยเหลือถามไถ่อยู่เสมอครับ”

โครงการ Shopee University Campus Partnership สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและสถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับโลกการทำงานจริงในยุคดิจิทัล โดยช้อปปี้เข้ามามีบทบาทในการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Shopee University พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และทดลองใช้เครื่องมือบนแพลตฟอร์มจริง ทั้งด้านอีคอมเมิร์ซ การสร้างคอนเทนต์ และการตลาดดิจิทัล

จากประสบการณ์ของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ สะท้อนให้เห็นว่าการได้ลงมือทำจริง ช่วยให้พวกเขาสามารถนำความรู้ในห้องเรียนมาปรับใช้กับสถานการณ์จริง เรียนรู้จากการทดลองและปรับเปลี่ยนวิธีการ ตลอดจนค้นพบทักษะและโอกาสใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพและการสร้างรายได้ระหว่างเรียน พร้อมเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต