“อาไท กลมกิ๊ก” เปิดตัวแฟนสาวครั้งแรก! หลังเลิกกันไป 7 ปี! พร้อมวางแผนอนาคต เตรียมแต่งงานแล้ว?

9

อาไท กลมกิ๊ก ที่วันนี้จะมาเปิดตัวแฟนครั้งแรก น้องหมิว พร้อมเผยอะไรที่ทำให้กลับมาคบกันอีกครั้งหลังเลิกกัน 7 ปี ครั้งนี้คบกัน 3 เดือน จริงจังถึงขั้นวางแผนแต่งงาน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน 31 ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร อีกทั้งเจ้าตัวยังบอกว่าเคยเหลือเงินติดตัวไม่ถึง 100 บาท อีกต่างหาก

เป็นความรักใหม่กับคนเก่า?
อาไท : เคยคบกันครับตอน ม.1 เขามาจีบผม ในโรงเรียนตอนนั้นผมมีผมหน้าม้าคนเดียว เด่นอยู่คนเดียว เขาก็ชอบ
หมิว : แต่เธอมาอ้อล้อเขาก่อนเถอะ ชมทุกวันสวยจังเลย น่ารักจังเลยคนนี้ โอ้โห…ชมทุกวัน เจอไม่ได้เลย

น้องหมิวว่าไงพอโดนชมทุกวัน?
หมิว : ก็เขินค่ะ

ใครขอใครเป็นแฟน?
อาไท : เธอขอเขาเป็นแฟน ด้วยความหล่อของผม เขาทนไม่ได้ เขาเลยขอผมเป็นแฟน

ตอนนี้กลับมาคบกันแล้ว เขาบอกหวานมาก?
อาไท : จริงๆ ในไอจีบางทีก็สร้างภาพ จริงๆ ก็ไม่ได้หวานอะไรขนาดนั้ร ผมว่าเหมือนคู่รักทั่วไปแหละครับ ไม่ได้แบบหวานอะไร แต่ว่าผมเป็นคนขี้อ้อน ผมเหมือนคนขาดความอบอุ่นจะต้องถามตลอดว่าเธอรักเขาไหม รักเธอนะ

ดูรักกันมาก ตอนนั้นทำไมถึงเลิกกัน?
อาไท : ตอนนั้นผมเป็นคนบอกเลิกเขาเอง ตอนนั้นคบกันได้ราวๆ 3-4 เดือน ผมบอกเลิกเลย ผมให้เหตุผลเขาว่าด้วยวัยของคุณ คุณควรจะเจอป๊อปปี้เลิฟที่มันดีกว่านี้เพราะว่า ตอนนั้นผมทำงาน เวลาก็ไม่มี จัดการทุกอย่างไม่ได้ ผมก็เลยบอกบอกเลิกเขา เพราะว่าเวลากินข้าว ดูหนัง ที่เขาควรมี ผมไม่มีเลย ผมเลยบอกว่าเรากลับมาเป็นเพื่อนกันดีกว่า เพราะว่าผมไม่สามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีเท่าไหร่

ตอนนั้นที่ขอเลิกเพราะเรื่องนี้ เราไม่ได้ไปเจอคนอื่นใช่ไหม?
อาไท : ใช่ครับ ไม่เจอคนอื่น ด้วยผมมีเหตุผลแบบนี้ ผมรู้สึกว่าเวลาเราทำอะไร แล้วทำออกมาไม่ดี เรารู้สึกไม่ดี ไม่อยากดึงเขาใช้ชีวิตกับเรา ตอนนั้นเขาควรจะไปเจอชีวิตขอบเขา

ตอนนั้นน้องหมิวฟังแล้วเป็นยังไง?
หมิว : ตอนนั้นไม่เชื่อ ป๊อปปี้เลิฟ ทำไมมาบอกเลิกกันก็ร้องไห้ เสียใจเลยตอนนั้น
อาไท : ร้องไห้หนักด้วย ผมบอกเลิกวันสอบด้วยครับ

แล้วสอบได้ไหมน้องหมิว?
หมิว : ก็ต้องทำให้ได้ สอบก็คือสอบ ก็เสียใจด้วย

ณ ตอนนั้นความรู้สึกเรา เรารักเขาขนาดไหน?
หมิว : ตอนนั้นก็ประมาณนึง เพราะเรายังเป็นเด็กก็ไม่รู้มากขนาดไหน แต่ ณ ตอนนั้นก็มากในระดับนึง

ถือว่าเป็นรักครั้งแรก?
หมิว : ใช่ค่ะ สำหรับป๊อปปี้เลิฟของตอนนั้น

คำพูดไหนที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจจัง แบบน้ำตาไหลเลย?
หมิว : เขาบอกว่าเขาดูแลเราไม่ได้ตอนนั้น หนูก็ไม่ได้คิดว่าทำไมดูแลไม่ได้ แค่เป็นแฟนกันดูแลอะไรขนาดนั้น ไม่ได้ขออะไรมากเลย
อาไท : มีหนึ่งประโยชน์ที่ผมว่าเขาเสียใจ ผมบอกว่าเรากลับมาเป็นเพื่อนกันดีกว่า แล้วจังหวะนั่นผมจำได้ว่าเขาร้องไห้ แล้วบอกว่าเธอไม่เอาได้ไหม จับมือผมร้องไห้ ผมรู้สึกว่าเราเลิกกันในวันที่เรากลับมาเป็นเพื่อนกันได้ดีกว่าวันนั้นเราฝืนกันไปทั้งคู่ เสร็จแล้วมันแยกกันแล้วกลับมาคุยกันไม่ได้

แล้ววันที่เราบอกเลิก เราได้ปรึกษาใครไหม?
อาไท : ไม่เลยครับ วันนั้นจำได้อยู่ดีๆ ผมก็พูดเลยว่าผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ผมเลยพูดออกไป

หลังจากที่บอกเลิกเขา เรารู้สึกยังไง?
อาไท : เสียใจ แต่ว่าพอหลังจากนั้นอีกประมาณ 1-2 เดือน เราก็กลับไปคุยกันได้ ให้เวลาพักฟื้นแล้วเราก็กลับไปคุยเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม

เรามีคิดว่าจะไปง้อเขาไหม?
อาไท : ไม่มีเลยครับ เพราะผมรู้สึกว่าผมยังไม่พร้อมเลยครับ ผมกลับมาจริงจังครั้งนี้ผมคิดว่าผมพร้อมแล้ว

ตอนนั้นน้องหมิวพอเลิกกันไปใจไม่อยากเป็นเพื่อนแล้ว?
หมิว : ค่ะ เพราะคิดว่ามันคงเป็นเพื่อนไม่ได้แล้ว คนเป็นแฟนกันแล้วอยู่ๆ ให้มาเป็นเพื่อนมันไม่ได้แล้ว
อาไท : ตอนนั้นผมตื้ออย่างเดียวจะเป็นเพื่อนเขา ผมคุย 7 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยหายจากชีวิตเขา

เขาปรึกษาคุณเรื่องแฟนเขา?
อาไท : ครับ ช่วงที่เขามีแฟน ผมเป็นคนให้เกียรติคนนะ ช่วงเขามีแฟนผมจะไม่คุยเลย จนกว่าเขาจะทักมาคุยกับเรา เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่อยากทักไปคุย เดี๋ยวแฟนเขาจะรู้สึกไม่ดี ผมเฟดตัวออก แล้วถ้าเขามีปัญหาโทรหาผม ผมจะบอกได้ว่าเธอควรจะอย่างนี้นะ เขาว่าอย่างนี้ดีกว่า

ตอนที่น้องหมิวบอกว่ามีแฟนใหม่แล้ว เรารู้สึกเฮิร์ตบ้างไหม?
อาไท : จริงๆ เขาบอกผมทุกช่วงนะครับ คุย คบ หรือเลิก ผมอยู่ทุกช่วง แต่แค่ว่าตอนนั้นเราก็ต้องให้คำปรึกษาให้ดีที่สุด ถามว่าลึกๆ เสียใจไหม เสียใจมาก แต่เราต้องทำหน้าที่ทุกอย่างให้ดี เราเป็นแฟนเราก็ทำหน้าที่แฟนให้ดี ตอนนั้นเราเป็นเพื่อนเราก็ต้องทำหน้าที่เพื่อนให้ดี

ขอเลิกกับน้องหมิว เราก็เอ็นจอยชีวิตโสดมาก คบซ้อนถึง 10 คน?
อาไท : เรียกได้ว่าโชกโชนกันเลยทีเดียว ตอนนั้นคุยเยอะสุดประมาณ 8 คน แต่ผมไม่เคยคบซ้อน ถ้าคบใครก็คบคนเดียว แต่ถ้าช่วงเวลาคุย คุยเยอะมาก

เห็นว่าช่วงที่เราคุยเยอะๆ มีจีบรุ่นพี่ในวงการด้วยเหรอ?
อาไท : ชอบครับ เชื่อไหทว่าเรื่องนี้ยังเป็นประเด็นที่เขาเอามางอนผมได้ทุกวัน

แล้วตอนนี้ชอบกี่คน ?
อาไท : ตอนนี้ไม่ชอบใครแล้วครับ ก่อนมารายการ คุยแซ่บshow เขาย้อนไปดูเทปที่ผมเคยมา ที่ผมบอกว่าชอบพี่น้ำ ไม่คุยกับผมเลย ชวนเล่นเกมก็ไม่เล่น กินข้าวก็ไม่กิน ตอนนั้นเราก็ชอบ แต่พอเรามีแฟนแล้วเราก็ไม่ได้ดูมครแล้ว

แล้วเวลางอนง้อกันยังไง?
อาไท : ของกินอย่างเดียวครับ

มีช่วงที่งานหด?
อาไท : ครับ ด้วยความที่เราดูแลทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมั้งครับ ผมดูแลครอบครัว ตอนนั้นเงินในบัญชีเหลือ 100 บาท หรืออาจจะไม่ถึง 100 บาทด้วยซ้ำ คือหลักร้อยไม่ใช่ไม่ได้จ่ายอะไรนะ เราจ่ายทุกอย่างหมดแล้ว เราดูแลทุกคนหมดแล้ว แต่ตัวเรา เราเหลือแค่หลักร้อย แล้วเดือนหน้าก็ทำใหม่ จ่ายใหม่

แล้วตอนนั้นทำอะไร?
อาไท : ตอนนั้นทำหมดเลยครับ ขายน้ำเก๊กฮวย ทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงครอบครัว เงินที่เก็บไว้ก็ใช้จ่ายทุกอย่างตอนนั้น

อาไทมีเงินเท่าไหร่ให้คุณพ่อ คุณแม่หมด ส่วนตัวอาไทมาให้คุณหมิวเลี้ยงข้าว?
อาไท : ไม่เชิงให้เขาเลี้ยงข้าวนะครับ แต่ว่าเราอยากเจอเขา ชวนเขากินข้าว ผมจ่ายเงิน แต่ไม่มีเงิน สรุปกินข้าวร้านสะดวกซื้อ กล่อง 40 บาท นั่งกินกัน

แล้วตอนนั้นน้อวหมอวให้กำลังใจยังไงบ้าง?
หมิว : เดี๋ยวมันต้องผ่านไปได้ เดี๋ยวต้องมีงานเข้ามาแหละ
อาไท : ตอนนั้นเป็นจุดจุดนึงที่ทำให้ผมรู้สึกว่าคนคนนี้น่าจะเป็นคนที่ผมใช้ชีวิตไปได้ แล้วผมรู้สึกว่าเขาไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผม ในวันที่ผมจะมีหรือไม่มีเขาก็ยังอยู่ เขาก็เหมือนเดิม

หมิวทำไมเลือกที่จะยังอยู่กับอาไทย?
หมิว : เขาเป็นคนที่ให้คำปรึกษาดี แล้วเขาก็อยู่เคียงข้างเสมอ ในฐานะที่เป็นเพื่อนที่ดี ก็มิงไปทีไรเจอเขาตลอด ไม่ว่าจะเจอปัญหาที่บ้าน เจอเรื่องเพื่อน เจอเรื่องความรักก็หันมาปรึกษาเขาได้ตลอดก็เลยยังอยู่กับเขา

ทำไมกลับมาจีบแฟนเก่า?
อาไท : ผมว่ามันน่าจะถึงเวลาที่เราต่างคนต่างไปใช้ชีวิตกันมาพอสมควรแล้ว พอถึงจุดจุดนึงผมรู้สึกอยากจริงจังแล้ว

แล้วทำไมต้องเป็นคนนี้ ทำไมต้องเป็นแฟนเก่า?
อาไท : จุดนั้นเลยครับที่ผมบอกว่าผมจะเหลืออะไรหรือไม่เหลืออะไรในชีวิต เขาก็ยังอยู่ ในวันที่เราลำบากเขาอยู่ แล้วทำไมในวันที่เรามีเราจะเอาคนอื่นมาอยู่ข้างๆ เรา ผมก็คิดแบบนั้น

ณ วันที่จับน้องหมอวอีกรอบ ตอนนั้นน้องหมิวโสดไหม?
อาไท : โสดแต่มีคนคุย

หมิว : ตอนแรกไม่ทันตั้งตัว ก็คิดว่ามาปกติเลย กลับมาเป็นเพื่อนกัน กลับมาคุยกัน แต่อยู่ๆ เธอรักเขาไหม นู่น นี่นั่น อ้อล้อใส่กลับมาเป็นจีบ แล้วหนูก็ไม่ทันตั้งคัว หนูก็มีคนคุยของหนู หนูก็ไม่รู้จะทำตัวยังไง แต่สุดท้ายเหมือนรวบหัว รวบหางหนูก็เป็นแฟนเขาเลย
อาไท : สิ่งที่ผมทำ ผมว่าผู้ชายเอาไปใช้ได้ แรกๆ คุย ผมเจอใครก็ตาม ตอนนั้นไปห้าง ตอนนั้นเจอพี่ รปภ.พี่ครับ แฟนผมสวยไหมครับ ณ ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นแฟน

หมิว : ตอนนั้นก็เขิน

อาไท : ผมเช็กอาการไม่ปฏิเสธก็โอเค

พอกลับมาคบกันอีกครั้ง เป็นยังไง กีกว่าเดิมไหม?
อาไท : ในสายตาผม ผมไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง แต่ผมรู้สึกว่าดีครับ ด้วยความที่เราไม่ต้องปรับจูนอะไรกันมากมาย เพราะเราทำความรู้จักกันมาตั้ง 7 ปีแล้ว

หมิว : โอเคนะคะ กลับมาเหมือนเดิม เหมือนโตขึ้นแล้ว แล้วกลับมาเป็นแฟนแบบโตขึ้น ความคิดโตขึ้น แต่ก็ยังมีนอยด์ๆ เรื่องนิดๆ หน่อยๆ

กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยไหม?
หมิว : ไม่นะคะ แต่กลัวอนาคตข้างหน้ามากกว่า เรื่องเจ้าชู้ไม่แน่ใจเหมือนกัน

อาไท : ผมบอกเลยว่าเรื่องเจ้าชู้ไม่มีอีกแล้วสำหรับผม

เรามองอนาคตในการคบถึงขั้นไหน?
อาไท : ลึกๆ ผมแพลนว่าแต่งงานในอนาคต จริงๆ ผมวางชีวิตผมถอยหลัง ผมวางวันเสียชีวิตผมไว้แล้ว แต่ถ้าผมอยู่เลยนั้นเท่ากับผมกำไร โอเคผมจะเสียชีวิตตอน 80 ผมตั้งเป้าไว้เลยว่า 80 ผมจะเสียชีวิต มันเลยทำให้เราวางย้อนกลับมา เราเหลือเวลาอีกกี่วัน เราจะได้ทำในสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราอยากทำ

ทำไมเราถึงรู้สึกว่าเราคิดแบบนี้เพราะเราอายุ 20 เอง?
อาไท : ผมรู้สึกว่าวางไว้แบบนี้มันทำให้เรากระเตื้องมั้งครับ เวลามันเอาเราไปทุกวันนะพี่ ผมจะเสียใจมากถ้าอายุเท่านั้นแล้วผมยังไม่ได้ทำในสิ่งที่ผมอยากทำ

มีตั้งเป้าไหมว่าอายุเท่าไหร่เราจะทำอะไร?
อาไท : 25 แต่งงาน มีลูกครับ ไม่อยากมีลูกด้วย ผมบอกไม่ได้ ผมอยากมีตอน 25 เขาอยากมีตอน 30 กว่า ผมบอกไม่ได้ ผมรู้สึกว่าอายุ 25 ใครจะมองว่าเร็วไปอันนี้ผมไม่รู้ ผมขอโทษด้วยนะครับ แต่สำหรับผม ผมมองว่าผมอยากไปเที่ยวกับลูกผม ผมอยากเป็นเพื่อนกับลูกผม ไปเดินเที่ยวกันในวัยที่ห่างกัน 25 ปี ก็ยังได้อยู่

คุณวางแผนแล้ว คุณถามน้องหรือยัง?
อาไท : ผมบังคับครับ

หมิว : ใช่ เขาบังคับ

เราโอเคในแผนของเขาไหม?
หมิว : จริงๆ ก็ไม่โอเค ดูอนาคตอีกที จริงๆ หนูคิดว่า 25 มันก็เร็วไปสำหรับหนู หนูคิดว่าหนูอาจจะลั้นลาอยู่ ที่คิดไว้อาจจะ 28 น่าจะโอเคกว่า

อาไทกลัวแฟนไหม?
อาไท : ผมให้เกียรติ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ อาไท กลมกิ๊ก