‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’กำไรสุทธิ 596 ล้านบาทเติบโต 10% ประกาศจ่ายปันผล 0.46 บาทต่อหุ้น

43

บมจ. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’หรือ ILM โชว์กำไรปี 62 เท่ากับ 596 ล้านบาทเติบโต 10% และรายได้รวมทะลุ 9,900 ล้านบาท หลังยอดขายเติบโตยกแผงทั้งช่องทางออนไลน์ เฟอร์นิเจอร์สั่งตัด (Younique Customized Furniture) ลูกค้าโครงการในประเทศ และรายได้จากการให้เช่าและบริการ เตรียมขยายสาขาต่างประเทศเพิ่มในเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมาร์รวมถึงขยายสาขาวินเนอร์สโตร์และสาขา Younique ในประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอจ่ายเงินปันผล 0.46บาทต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 เมษายนนี้

นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านครบวงจรเปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2562 เป็นปีที่สามารถเติบโตสวนกระแสภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว ซึ่งเกิดจากการเติบโตทั้งรายได้จากการขายสินค้าและรายได้จากการให้เช่าและบริการ โดยเฉพาะรายได้จากการให้เช่าและบริการที่สามารถขยายตัวได้อย่างโดดเด่นจากพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้นและอัตราการเช่าพื้นที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการให้เช่าและบริการเติบโตอย่างต่อเนื่องรวมถึงความสามารถในการควบคุมและลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) จากการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดสต็อคสินค้าลงอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่รายได้รวมในปี 2562 อยู่ที่9,903ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดให้บริการอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาใหม่ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ถึงปี2562 ได้แก่ สาขาบางกรวย-ไทรน้อย สาขาชัยพฤกษ์และสาขาจันทบุรี การเปิดวินเนอร์สโตร์สาขาแรก จังหวัดราชบุรี การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดขายสินค้าออนไลน์และยอดขาย Youniqueรวมถึงการเปิดแฟรนไชส์ 2 สาขาแรกที่กรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีมาก ทั้งนี้ณ สิ้นปี2562บริษัทฯ มีสาขาแฟรนไชส์ในต่างประเทศ รวมทั้งหมด 19 แห่ง ใน 8 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา เมียนมาร์ เนปาล มัลดีฟส์ ปากีสถาน ลาว อินโดนีเซีย และเวียดนาม

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2563 บริษัทฯ มีแผนเปิดสาขาในต่างประเทศเพิ่มเติมอีกหลายแห่ง เช่น เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมาร์ในขณะที่ในประเทศมีแผนการขยาย Younique อีกหลายสาขา และวินเนอร์สโตร์ อีก 1 แห่งรวมถึงการมุ่งเน้นลดค่าใช้จ่ายในในการดำเนินงานและลดสต็อคสินค้าอย่างต่อเนื่องซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จะช่วยผลักดันการเติบโตของผลประการในปี 2563 ตามที่บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้