เมืองกำลังเปลี่ยนไป และการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการขยายตัวของอาคาร ถนน หรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่กำลังเกิดขึ้นกับ “วิถีชีวิต” และ “แนวคิดของเมืองที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน” prop2morrow จัดงานกรุงเทพจตุรทิศ : จตุรมหานคร Beyond the City สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเมืองในรูปแบบที่คุ้นชินไปสู่ยุคใหม่ของเมืองในอนาคต ขับเคลื่อนด้วย “5 เมกะเทรนด์ใหม่ของเมือง”
- TOD กำลังกลายเป็น “ศูนย์กลางเมือง” เมื่อระบบขนส่งมวลชนขยายตัว Transit-Oriented Development หรือ TOD ไม่ได้แค่ทำให้คนเดินทางเร็วขึ้น แต่กำลังเปลี่ยน “ทิศทางการเติบโตของเมือง” โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบสถานีมีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางใหม่ ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย สำนักงาน ร้านค้า บริการ และพื้นที่สาธารณะ ทำให้ภาพรวมจากเมืองที่เคยมีศูนย์กลาง เริ่มขยายตัวสู่ “เมืองเครือข่าย” (Network City) ที่มีศูนย์กลางเศรษฐกิจและพื้นที่เติบโตใหม่หลายจุดด้วยโครงข่าย
- 15 Minute City “เมืองแห่งการเข้าถึง” ที่ผ่านมา เมืองจำนวนมากถูกออกแบบโดยมี “การเดินทาง” เป็นศูนย์กลาง ส่วนของการอยู่อาศัย โรงเรียน ที่ทำงาน และพื้นที่พักผ่อน ถูกจัดวางไว้แยกออกจากกัน ทำให้ผู้คนในเมืองเสียเวลาเป็นจำนวนมากไปกับการเดินทางระหว่างจุดต่าง ๆ แนวคิด 15-Minute City จะทำให้การใช้เวลาของผู้คนในเมืองสั้นลง แต่เพิ่มคุณภาพชีวิตที่มากขึ้น ด้วยการออกแบบให้ร้านค้า โรงเรียน พื้นที่ทำงาน พื้นที่สีเขียว บริการสุขภาพ และกิจกรรมในชีวิตประจำวันอยู่ใกล้กัน เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางให้ลดลง
- Healthy City “เมืองอยู่แล้วดี” แนวคิด Healthy City กำลังมีความสำคัญมากขึ้น เมื่อเมืองที่น่าอยู่ในอนาคตอาจไม่ใช่เมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด แต่คือเมืองที่ ทำให้การมีสุขภาพดีเกิดขึ้นได้ง่ายที่สุดในชีวิตประจำวัน เช่น การมีสวนสาธารณะ ทางเดินเท้า พื้นที่สีเขียว คุณภาพอากาศ ความปลอดภัย บริการพื้นที่สาธารณะ และพื้นที่กิจกรรมทางสังคม
- Climate Resilience & ESG จุดเปลี่ยนสู่เมืองที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงที่กำลังหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือสภาพภูมิอากาศ เมื่อเมืองต้องเผชิญกับความร้อน น้ำท่วม เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง การออกแบบเมืองจึงไม่สามารถมองเฉพาะ “วันนี้” ได้อีกต่อไป Climate Resilience จึงเป็นความยืดหยุ่นของเมืองที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่แค่ป้องกันความเสี่ยง แต่สามารถในการคาดการณ์ล่วงหน้า พร้อมเตรียมแผนรับมือ และปรับตัวเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
- Hybrid Work เมื่อ “ที่ทำงาน” ไม่ได้อยู่ที่เดียวอีกต่อไป หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนของเมืองยุคใหม่ คือการเปลี่ยนความหมายของคำว่า “ที่ทำงาน” เมื่อเทคโนโลยีทำให้ผู้คนสามารถทำงานได้จากหลากหลายสถานที่ ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง บ้าน ที่ทำงาน และ เมือง แทบจะแยกกันไม่ออก สำหรับหลายๆ คน บ้านอาจเป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่ทำงาน คาเฟ่ กลายเป็นพื้นที่ทำงานชั่วคราว และ Co-working Space ที่เป็นพื้นที่สำนักงานรูปแบบใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบไม่ใช่เฉพาะกับตลาดสำนักงานเท่านั้น แต่รวมถึงตลาดที่อยู่อาศัยที่ต้องรับตัวให้ทันกับความต้องการที่เปลี่ยนไป ดังนั้น เมืองในอนาคต ต้องรองรับชีวิตของผู้คนที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ด้านเวลา พื้นที่ และรูปแบบการใช้ชีวิต
พลิกมุมมองใหม่…รับเมืองเปลี่ยน
5 เมกะเทรนด์ ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนแค่ “รูปแบบ” เมืองเท่านั้น แต่กำลังจะเปลี่ยนวิธีคิด ภาครัฐ ดีเวลอปเปอร์ และผู้บริโภค เพื่อให้สอดรับกับเมืองในอนาคต

สิทธิพล กุสุมอรัญญา รองผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร มองการจัดผังเมืองใหม่ว่าถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองในอนาคต เพราะศักยภาพของที่ดินแต่ละแปลงจะไม่ได้ดูแค่ว่า “ที่ดินอยู่สีอะไร” แต่ต้องใช้ปัจจัยพิจารณาด้าน FAR OSR ระบบคมนาคม พื้นที่โล่งสำหรับทำกิจกรรม สาธารณูปโภค ผังน้ำ และเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ ดร.มานะ นิมิตรวานิช ผู้อํานวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) มองว่า “ศูนย์กลางของเมืองไม่ได้มีเพียงจุดเดียวอีกต่อไป” แต่เมืองกำลังเติบโตเป็น “Network City” เช่น พระราม 9–รัชดา ที่เรียกได้ว่าเป็น New CBD ขณะที่บางนา–สุวรรณภูมิ จะเป็น Eastern Business District นอกจากนี้ ยังมีส่วนขยายของเมืองที่เติบโตไปตามพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ รวมถึงพื้นที่ชานเมืองที่เดินทางเชื่อมโยงได้สะดวกมากขึ้น

จาก “สร้างเพื่อขาย” เพียงอย่างเดียว สู่การสร้าง Ecosystem ให้เมืองมีพื้นที่รองรับการทำกิจกรรมและการใช้ชีวิต เป็นมุมมอง “Beyond the City” จาก อุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการลงทุน โครงการ วันแบงค็อก ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองที่ต้องจับมือกันเดินไปพร้อมกันทั้ง ภาครัฐ เอกชน และ ผู้บริโภค เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นมิติของการจ้างงาน ความสำเร็จทางธุรกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัยในเมือง
ทำความเข้าใจ พฤติกรรมการซื้อผู้บริโภค
เมืองยุคใหม่ที่กำลังขยาย ทำให้มุมมองการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยไม่ตัดสินใจที่ขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่มีองค์ประกอบที่หลากหลายเข้ามาสนับสนุน เช่น Pet Friendly พื้นที่ความสุขร่วมกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก รวมทั้งความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตที่มากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะขอสินเชื่อซื้อบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ Flexible Ownership ในรูปแบบการเช่าระยะยาว (Leasehold) หรือ Rent to Own ที่เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่
การใช้เวลาศึกษาข้อมูลผ่าน Virtual Tour และโซเชียลมีเดียอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจชมโครงการจริง การให้ความสำคัญกับการรีวิว ค่าส่วนกลางระยะยาวและการประเมินความคุ้มค่า (Yield) มากกว่าโปรโมชันระยะสั้น และเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต ทำให้ผู้บริโภคต้องการพื้นที่ยืดหยุ่นรองรับ Work from Anywhere และ Smart Living
เมื่อเมืองเปลี่ยน การเลือกซื้อบ้าน สถานที่ทำงาน การเดินทาง และการใช้ชีวิตก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย และนี่อาจเป็นนิยามของเมืองในยุคต่อไป ที่ให้คุณค่ากับการเชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน








