ทางการกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ประกาศมาตรการจำกัดการเข้าสวนสาธารณะหลังพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยทั่วสวนสาธารณะ เพียงไม่กี่วันหลังเกิดเหตุเด็กหญิงวัย 17 ปี ถูกชาย 3 คนที่ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจล่อลวงและรุมข่มขืนภายในสวนสาธารณะ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันจันทร์ (21 ก.ย.) ที่ สวนอัสถา กุนจ์ (Astha Kunj Park) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงนิวเดลี ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การพัฒนาเดลี (Delhi Development Authority: DDA)
ตำรวจระบุว่า เด็กหญิงผู้เสียหายเดินทางมากับเพื่อนชาย ก่อนถูกชาย 3 คนอ้างตัวว่าเป็นตำรวจเข้าตรวจสอบ ใช้ถ้อยคำทางกฎหมายข่มขู่ โดยอ้างว่าทั้งสองกระทำความผิดและอาจถูกดำเนินคดี จากนั้นผู้ก่อเหตุได้แยกเด็กหญิงออกไปยังจุดเปลี่ยว พร้อมควบคุมตัวเพื่อนชายไว้ ก่อนก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ
เจ้าหน้าที่ได้ยื่นฟ้องเบื้องต้นตามกฎหมายคุ้มครองผู้เยาว์ของอินเดีย และจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้แก่ อาซิฟ วัย 31 ปี, เหมันต์ วัย 31 ปี และ มูเกศ น้องชายวัย 24 ปี โดยอาซิฟถูกจับกุมหลังถูกตำรวจยิงที่ขาระหว่างการไล่ล่าใกล้วิทยาลัยสตรีเลดี ศรี ราม (Lady Shri Ram College)
ด้านครอบครัวของเหมันต์และมูเกศปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยบิดาซึ่งเป็นทนายความอ้างกับสื่ออินเดียว่า ตำรวจควบคุมตัวบุตรชายจากบ้านโดยไม่แจ้งครอบครัว และยืนยันว่าทั้งสองอยู่บ้านตลอดวันที่เกิดเหตุ
เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดการประท้วงของนักศึกษาหลายสถาบัน ท่ามกลางความกังวลต่อความปลอดภัยของผู้หญิงในพื้นที่สาธารณะ วิทยาลัยเลดี ศรี ราม ได้เปลี่ยนการเรียนเป็นระบบออนไลน์ชั่วคราว พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในและรอบมหาวิทยาลัย
นักศึกษาจาก Lady Shri Ram, Gargi College และ Miranda House ยังร่วมเดินขบวนแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันบริเวณประตูหลังของวิทยาลัย ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ
“พวกเราหลายคนยังรู้สึกไม่ปลอดภัย ทั้งตัวนักศึกษาและผู้ปกครอง แม้การเรียนออนไลน์จะช่วยให้สบายใจขึ้นชั่วคราว แต่เหตุการณ์แบบนี้สะท้อนว่าความปลอดภัยของผู้หญิงในมหาวิทยาลัยยังเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข” นักศึกษาชั้นปีหนึ่งรายหนึ่งกล่าวกับ Hindustan Times
ขณะที่นักศึกษาอีกรายระบุว่า “เราไม่ควรต้องหยุดการศึกษา ทุกครั้งที่เกิดอาชญากรรมร้ายแรงใกล้มหาวิทยาลัย ความปลอดภัยไม่ควรเป็นเพียงมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างถาวร”
ภายหลังเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง รองประธาน DDA ได้สั่งเพิ่มกล้องวงจรปิด ไฟส่องสว่าง และการลาดตระเวนในเวลากลางคืน รวมถึงตรวจสอบพื้นที่มืดภายในสวนสาธารณะทั้งหมด และติดตั้งไฟฟลัดไลต์ในจุดเสี่ยง
มาตรการใหม่ยังกำหนดให้สวนสาธารณะที่มีหลายประตู จำกัดการเข้าออกหลังพระอาทิตย์ตก โดยเปิดให้ใช้เฉพาะประตูที่กำหนดจนถึงเวลาปิด พร้อมเพิ่มการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผ่านการตรวจภาคสนามอย่างเข้มงวด.
ที่มา อินดิเพนเดนท์








