autumn, beautiful, boyfriend, casual, caucasian, city, couple, date, dating, elegant, emotion, fashion, feelings, female, girl, girlfriend, glamour, handsome, happiness, happy, hug, kiss, lifestyle, london, love, lovers, male, man, moments, outdoor, outside, park, passion, people, relationship, romance, romantic, smile, spring, tenderness, together, travel, two, valentine, walk, winter, woman, young

เวลาเห็นฉาก “จูบแรก” ในหนังรัก หรือเพลงที่พูดถึง “จุมพิตแห่งรัก” หลายคนอาจรู้สึกว่านี่คือพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์มาตั้งแต่ต้น แต่รู้ไหมว่า นักวิทยาศาสตร์กำลังตั้งข้อสันนิษฐานใหม่ว่า “การจูบ” อาจมีมาก่อนมนุษย์เสียอีก

งานวิจัยล่าสุดจากนักชีววิทยาวิวัฒนาการของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด พยายามหาคำตอบว่า จริงๆ แล้วมนุษย์เริ่มจูบกันตั้งแต่เมื่อไร และคำตอบที่ได้ก็น่าสนใจกว่าที่คิด เพราะมันอาจย้อนกลับไปไกลถึงยุคบรรพบุรุษของลิงใหญ่ ก่อนที่มนุษย์จะถือกำเนิดบนโลกหลายล้านปี

นักวิจัยระบุว่า การจูบอาจมีมาตั้งแต่ราว 16.9 ถึง 21.5 ล้านปีก่อน ขณะที่มนุษย์สายพันธุ์ Homo sapiens เพิ่งมีอายุประมาณ 300,000 ปีเท่านั้น

พูดง่ายๆ คือ ถ้าทฤษฎีนี้ถูกต้อง การจูบอาจเป็น “มรดกทางวิวัฒนาการ” ที่เก่าแก่กว่ามนุษย์เอง

แล้วนักวิทยาศาสตร์นิยาม “การจูบ” ยังไง?

ในงานวิจัยนี้ การจูบไม่ได้หมายถึงฉากโรแมนติกหวานๆ แบบในซีรีส์เท่านั้น แต่หมายถึง “การสัมผัสปากต่อปากโดยไม่มีเจตนาร้าย” และไม่มีการส่งต่ออาหาร

นั่นรวมถึงจุ๊บแก้มเบาๆ การแตะริมฝีปาก หรือพฤติกรรมแสดงความรักผ่านปากในรูปแบบต่างๆ

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้มนุษย์จะมองว่าการจูบเป็นเรื่องปกติ แต่จริงๆ แล้วมีเพียงประมาณ 46% ของวัฒนธรรมมนุษย์ทั่วโลกเท่านั้นที่มีพฤติกรรมจูบในเชิงโรแมนติกหรือแสดงความรัก

นั่นหมายความว่า “การจูบ” อาจไม่ใช่เรื่องสากลอย่างที่หลายคนคิด

ไม่ใช่แค่มนุษย์ ลิงใหญ่ก็จูบเหมือนกัน

นักวิจัยยังพบว่า ญาติใกล้ชิดของมนุษย์ในสายวิวัฒนาการอย่างลิงใหญ่หลายชนิด ก็มีพฤติกรรมคล้ายการจูบเช่นกัน

เช่น โบโนโบ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการแสดงความรักผ่านการสัมผัส มีทั้งจูบแบบโรแมนติกและจูบเชิงมิตรภาพอยู่บ่อยครั้ง

ชิมแปนซีเองก็พบพฤติกรรมจูบเพื่อคืนดีกันหลังทะเลาะ ส่วนอุรังอุตังบางชนิดจะจูบกันในครอบครัวเพื่อแสดงความผูกพัน แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก

แม้แต่สัตว์ชนิดอื่นอย่างนก มด หรือหมีขั้วโลก ก็เคยถูกสังเกตว่ามีพฤติกรรมคล้ายการจูบเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดยังคงอยู่ในกลุ่มไพรเมตหรือสัตว์ตระกูลลิง

แล้วมนุษย์โบราณกับนีแอนเดอร์ทัล “จูบกัน” ไหม?

อีกประเด็นที่ทำให้หลายคนสนใจ คือความเป็นไปได้ที่มนุษย์ยุคใหม่กับมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลอาจเคยจูบกันจริงๆ

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ทั้งสองสายพันธุ์เคยมีการผสมข้ามสายพันธุ์กัน และยังพบว่าพวกเขามีจุลชีพในช่องปากบางส่วนร่วมกัน ซึ่งอาจเกิดจากการแลกเปลี่ยนน้ำลาย

แม้จะไม่มีหลักฐานตรงๆ ว่านีแอนเดอร์ทัลเคย “จูบ” แบบโรแมนติกเหมือนมนุษย์ปัจจุบัน แต่ข้อมูลทางชีววิทยาก็ทำให้สมมุติฐานนี้ดูเป็นไปได้ไม่น้อย

มากกว่าความโรแมนติก

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของงานวิจัยนี้ อาจไม่ใช่แค่เรื่องว่า “ใครจูบใคร” แต่คือการชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมเล็กๆ ที่มนุษย์มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา อาจมีรากลึกทางวิวัฒนาการยาวนานกว่าที่เคยคิด

จากจุ๊บลาเบาๆ หน้าประตูบ้าน ไปจนถึงจูบสุดคลาสสิกในหนังรัก การจูบอาจไม่ใช่แค่เรื่องของความโรแมนติก แต่เป็นภาษาทางอารมณ์ที่สิ่งมีชีวิตใช้สื่อสารกันมานานหลายล้านปี

อ้างอิง usatoday