โครงการไทยสมายล์ ท่องฟ้า พายิ้ม ครั้งที่ 5: ทำดีเพื่อแม่โดยไทยสมายล์และคาเฟ่อเมซอน นำเยาวชนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

4

นราธิวาส 2 สิงหาคม 2562 – บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ร่วมกับบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์,ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)และตัวแทนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 56 ร่วมจัด โครงการไทยสมายล์ ท่องฟ้าพายิ้มครั้งที่ 5 : ทำดีเพื่อแม่โดยไทยสมายล์และคาเฟ่อเมซอนระหว่างวันที่ 5-8 สิงหาคม 2562นำเยาวชนจำนวน 25 คนพร้อมคุณแม่จำนวน25 คน จากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปท่องเที่ยว เรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกชั้นเรียน จากแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมปลูกฝังเรื่องการทำความดีเพื่อให้เด็กเติบโตเป็นคนดีของสังคม

นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัดกล่าวว่า ไทยสมายล์ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการไทยสมายล์ ท่องฟ้า พายิ้มซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการแบ่งปันรอยยิ้มและความสุขให้แก่เด็กและเยาวชน ปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 ภายใต้แนวคิด “ทำดีเพื่อแม่ โดย ไทยสมายล์ และคาเฟ่อเมซอน” ซึ่งครั้งนี้ได้มอบโอกาสให้กับเยาวชนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านการคัดเลือกจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จำนวน 25 คน พร้อมทั้งคุณแม่จำนวน  25 คนรวมจำนวน50 คน มาศึกษา เรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกชั้นเรียน จากแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ เยี่ยมชมศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกที่มีชื่อเสียงในเรื่องการปลูกและผลิตกาแฟอาราบิก้าและสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยทางด้านเกษตรที่สูง ซึ่งมีหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวเขาหันมาปลูกพืชเมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่น เป็นต้น

โครงการ “ไทยสมายล์ ท่องฟ้า พายิ้ม ครั้งที่ 5” เป็นการมอบโอกาสให้แก่เยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีประสบการณ์จากการขึ้นเครื่องบิน และเรียนรู้นอกห้องเรียน ส่งเสริมให้เยาวชนทำความดี ยิ่งไปกว่านั้น เราหวังว่าการเดินทางของเด็ก ๆ ร่วมกับคุณแม่จะช่วยเพิ่มความประทับใจและความรักความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างแม่ลูกมากขึ้น นอกจากนี้ ยังจะช่วยให้เด็กเกิดความรักความภูมิใจ และร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยสืบไป

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ กล่าวว่า โออาร์ รู้สึกยินดี และเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้โออาร์ ในฐานะบริษัท Flagship ของกลุ่ม ปตท. ด้านการค้าน้ำมันและการค้าปลีก มีวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก ที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชน ผ่านการดำเนินธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีพันธกิจในการสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล ซึ่งคาเฟ่ อเมซอน ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของ โออาร์ โดยเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟไทยที่ โออาร์ เป็นผู้พัฒนาขึ้นมาด้วยตัวเองเมื่อ 16 ปี ที่ผ่านมา  ซึ่งปัจจุบันมีสาขาทั้งในและต่างประเทศ รวมแล้วกว่า 2,800 สาขา

ในครั้งนี้ คาเฟ่ อเมซอนได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมฯ โดยจะพาเยาวชน ผู้ปกครอง และคุณครู จากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินทางไปศึกษาและเยี่ยมชมไร่กาแฟอาราบิก้า ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกจ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการปลูกกาแฟภายใต้ไม้ร่มเงาอันเป็นส่วนหนึ่งของระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้กระบวนการปลูกและผลิตกาแฟอาราบิก้า ตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาผลิตเป็นกาแฟที่มีรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมกรุ่น อันเป็นเอกลักษณ์ของคาเฟ่ อเมซอน ซึ่งการปลูกกาแฟถือเป็นอีกอาชีพหนึ่งของเกษตรกรบนพื้นที่สูง ที่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยคาเฟ่ อเมซอนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพ การเพาะปลูก รวมถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาป่าไม้ และนอกจากนี้ ในไตรมาสที่ 4 ปี 2562 นี้ คาเฟ่ อเมซอน จะนำเมล็ดกาแฟจากมูลนิธิโครงการหลวงที่เพาะปลูกโดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโครงการหลวงและคาเฟ่ อเมซอน บนพื้นที่ดอยอินทนนท์ มาพัฒนาเป็นกาแฟคั่วบดเพื่อนำขึ้นไปให้บริการแก่ท่านผู้โดยสารทุกที่นั่ง ทุกเส้นทางของสายการบินไทยสมายล์  โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเข้มข้นตามสูตรเฉพาะของคาเฟ่ อเมซอน เพื่อให้ท่านผู้โดยสารของไทยสมายล์ยังคงได้สัมผัสรสชาติที่คุ้นเคยระหว่างการเดินทาง

นอกจากนี้ ดร. ณัฐชยาคุปตะพันธ์ ในฐานะตัวแทนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 56กล่าวเสริมว่า “วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรเป็นสถาบันหลักในการสร้างคน สร้างความมั่นคง สร้างชาติ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นเรื่องที่เรามีนโยบายและให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เสมอมา การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการไทยสมายล์ ท่องฟ้า พายิ้ม ครั้งที่ 5 นับเป็นโอกาสที่ดีในการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 25 ทุน ทุนละ 5,000 บาท เพื่อต่อยอดการส่งเสริมความรู้ ความคิด และกิจกรรมการเรียนรู้ให้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น เยาวชนเหล่านี้จะเติบโตเป็นกำลังของชาติในอนาคต ผมเชื่อว่า การลงทุนใด ๆ ก็ไม่มีคุณค่าได้เท่ากับการลงทุนให้เด็กไทยได้มีคุณภาพ ทั้งความรู้ ความคิด ประสบการณ์ชีวิตอย่างแน่นอน”

สายการบินไทยสมายล์ และทีมงานที่ดำเนินโครงการไทยสมายล์ ท่องฟ้า พายิ้ม ครั้งที่ 5ทุกคน ขอขอบพระคุณทุกหน่วยงานที่ได้เข้ามาร่วมกันมอบโอกาสที่ดี และร่วมส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เยาวชนไทย เพื่อให้เยาวชนเหล่านั้นได้มีความรู้และประสบการณ์นอกห้องเรียน สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองและเติบโตเป็นพลเมืองดีที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป” นางชาริตา กล่าวทิ้งท้าย