ดีป้า จับคู่ “เจ้าของตลาด-ดิจิทัลโพรไวเดอร์” ร่วม Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่

32

ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนและเป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ แน่นอนว่าองค์กรขนาดใหญ่ย่อมมีความพร้อมที่จะทรานส์ฟอร์มธุรกิจให้สอดรับกับสถานการณ์ ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากยังติดอยู่ในวังวนด้วยข้อจำกัดมากมาย ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้ดำเนินโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเจ้าของตลาด พ่อค้าแม่ค้า ร้านค้า หาบเร่ แผงลอย รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เป้าหมาย ให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจ สามารถพัฒนาสู่การแข่งขันรูปแบบใหม่ ผ่านการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2566 โดยมี 3 กิจกรรมหลัก ๆ ด้วยกัน กิจกรรมแรก คือกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะผู้ประกอบการและจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการเจ้าของตลาดในพื้นที่กับดิจิทัลสตาร์ทอัพและดิจิทัลโพรไวเดอร์ กิจกรรมที่ 2 คือการเปิดหลักสูตรออนไลน์ยกระดับทักษะดิจิทัลให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจลงทะเบียนเรียนฟรี!

ส่วนกิจกรรมที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนที่ ดีป้า มุ่งเน้นเจาะจงตรงสู่กลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของตลาด คือ กิจกรรมสำรวจความต้องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ประกอบการ 75 ตลาด ในพื้นที่เป้าหมาย 25 จังหวัด ซึ่งเป็นการเข้าไปนำเสนอดิจิทัลโซลูชันที่เหมาะสมและสนับสนุนระบบการบริหารจัดการตลาด โดยผู้ให้บริการเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพและผู้ให้บริการด้านดิจิทัล (Digital Provider) สัญชาติไทยที่ขึ้นทะเบียนกับดีป้า ผ่านแพลตฟอร์ม TECHHUNT ซึ่งมีเทคโนโลยีดิจิทัลกว่า 500 รายการ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนทุกกลุ่มทั่วประเทศ ซึ่งมั่นใจได้ถึงคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้บริการ

ในฐานะหัวเรือใหญ่หน่วยงานรัฐที่มีภารกิจด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องทุ่นแรงในการทำธุรกิจ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ได้กล่าวถึงการเข้าไปส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในกลุ่มผู้ประกอบการตลาด รวมทั้งความสำเร็จโครงการ Transform
ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) ว่า

“จากการที่ ดีป้า ได้จัดกิจกรรมสำรวจความต้องการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล และการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการตลาดหรือเจ้าของตลาด ด้วยการนำดิจิทัลสตาร์ทอัพและดิจิทัลโพรไวเดอร์ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีโดยตรง พบปะและให้คำปรึกษาเจ้าของตลาด ทำให้เกิดการจับคู่ธุรกิจระหว่างเจ้าของตลาดกับดิจิทัลสตาร์ทอัพหรือดิจิทัลโพรไวเดอร์ โดยเจ้าของตลาดสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ขณะที่ดิจิทัลสตาร์ทอัพและดิจิทัลโพรไวเดอร์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งเราสามารถกระตุ้นให้ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของตลาดเข้าร่วมโครงการฯ ได้กว่า 75 ตลาด ใน 25 จังหวัด และโครงการนี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 450 ล้านบาท นับเป็นการสานต่อภารกิจพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากด้วยดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ทางด้าน นางสาวศิรินยา เหลือประเสริฐ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม ระบบบริหารจัดการตลาด ภายใต้ชื่อ “Myket Pro” หนึ่งในดิจิทัลสตาร์ทอัพหรือผู้ให้บริการด้านดิจิทัล ที่เข้าร่วมโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) ร่วมแชร์มุมมองที่น่าสนใจว่า

“Myket Pro เป็นโปรแกรมบริหารจัดการตลาด แผงค้าปล่อยเช่า ที่พัฒนาจาก Pain Point หรือปัญหาที่ลูกค้าเจอและต้องการแก้ไข เพื่อช่วยให้เจ้าของตลาดสามารถบริหารจัดการพื้นที่เช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ง่าย ผ่าน www.myket.in.th บริหารจัดการได้ทั้งแผงรายวันและรายเดือน ตรวจสอบสถานะแผงค้าได้สะดวก รวดเร็ว สรุปข้อมูลภาพรวม ผลกำไร-ขาดทุน ลดการทำงานเอกสารหน้างานที่ยุ่งยาก ส่วนในฝั่งผู้เช่าแผงค้าขายในตลาด เรามีแอปพลิเคชัน Myket เป็นตัวช่วยจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ครบจบที่เดียว เช่น ดูบิลและจ่ายบิลค่าเช่าออนไลน์ได้ทุกที่ แจ้งเรื่องร้องเรียนไปยังตลาดพร้อมสถานะการดำเนินการ รวมถึงกระดานข่าวสาร ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของตลาด ซึ่ง Myket Pro ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล) ในการช่วยให้เจ้าของตลาดเลือกใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความต้องการตลาดของตนเอง ช่วยลดภาระงาน และอำนวยความสะดวกให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ในขณะที่ Myket Pro ก็สามารถขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น”

นายธัญวิสิษฐ์ ดวงพลอย ทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง “ตลาดดวงพลอย” ซอยลาซาลหรือแบริ่ง ซึ่งเป็นแหล่งจับจ่ายอาหารและกับข้าวกับปลา จนได้รับฉายาว่าเป็น ตู้กับข้าวของคนลาซาล หนึ่งในตัวแทนผู้ประกอบการเจ้าของตลาดที่เข้าร่วมโครงการ และได้นำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในระบบบริหารจัดการ กล่าวเสริมว่า

“การบริหารจัดการตลาดในยุคปัจจุบัน นอกจากจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของความสะอาดที่ได้มาตรฐานแล้ว การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการ ในส่วนของตลาดดวงพลอยได้เลือกใช้ดิจิทัลโซลูชันจาก Myket Pro ซึ่งมีการจัดเก็บข้อมูลของผู้ค้าอย่างเป็นระบบ ทำสัญญาเช่า ทำใบแจ้งหนี้รายวัน-รายเดือน ติดตามสถานะร้านค้า ค้นหาแผงว่างได้สะดวก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่เช่า โดยเราสามารถเข้าไปเลือกดูข้อมูลหน้าฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ต้องการได้ในเว็บเดียว ลดขั้นตอนการทำงาน ประหยัดเวลา ครอบคลุมการทำงานทั้งภายในองค์กร และส่งต่อข้อมูลถึงผู้ค้าได้อย่างเป็นระบบ เพราะเพียงแค่คลิกเดียวก็ประสานงานได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น วางบิล ออกสัญญา เช็คมิเตอร์น้ำ-ไฟ สะดวกสบาย พ่อค้าแม่ค้าแฮปปี้ โดยในอนาคตจะมีการนำเทคโนโลยีอื่น ๆ มาใช้ในตลาดของเราเพิ่มมากขึ้น  และอยากจะเชิญชวนเจ้าของตลาดอื่น ๆ ให้ลองเปิดใจนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการแผงเช่า เพื่อยกระดับบริการและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น”

การปลดล็อกข้อจำกัดของผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอี ด้วยการสร้างการรับรู้ เข้าถึง และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จะเป็นอีกหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลได้อย่างสมดุลและยั่งยืนในที่สุด