สำหรับประเทศไทยที่มีอากาศร้อนตลอดปี การติดฟิล์มกระจกบ้านเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน ประหยัดค่าไฟฟ้า และป้องกันเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ในบ้านจากแสงแดด ซึ่งการเลือกฟิล์มกระจกอย่างรอบคอบให้สอดคล้องกับราคาติดฟิล์มกระจกบ้านจะช่วยให้ได้รับฟิล์มกระจกบ้านที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับความต้องการ

ทำไมต้องติดฟิล์มกระจกบ้าน

  • ช่วยลดความร้อนภายในบ้าน ฟิล์มกันความร้อนจะช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดดออกไป ทำให้บ้านเย็นสบายขึ้น ช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และประหยัดค่าไฟฟ้า
  • ป้องกันรังสี UV รังสี UV จากแสงแดดเป็นอันตรายต่อสุขภาพและเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ฟิล์มกันUVจะช่วยป้องกันรังสี UV ไม่ให้เข้าสู่ภายในบ้าน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง และปกป้องเฟอร์นิเจอร์จากแสงแดด
  • ป้องกันแสง แสงจ้าจากแสงแดดอาจทำให้แสบตาและรบกวนทัศนวิสัย ฟิล์มกรองแสงจะช่วยกรองแสงจ้า ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
  • เพิ่มความปลอดภัย ฟิล์มนิรภัยจะช่วยป้องกันกระจกแตกกระจายหากเกิดอุบัติเหตุ ช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ
  • เพิ่มความสวยงาม ฟิล์มกระจกมีหลายสีและลวดลายให้เลือกสรร สามารถตกแต่งให้เข้ากับบ้านได้

ราคาในการติดฟิล์มกระจกบ้าน

ราคาติดฟิล์มกระจกบ้านขึ้นอยู่กับประเภทของฟิล์มกระจก คุณสมบัติของฟิล์มกระจก และขนาดของกระจก โดยราคาฟิล์มกระจกโดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ ตารางฟุตละ 500-1,000 บาท โดยมีตัวอย่างของราคาฟิล์มกระจกบ้าน ดังนี้

  • ฟิล์มกันความร้อนทั่วไป ราคาตารางฟุตละ 500-700 บาท
  • ฟิล์มกันความร้อนคุณภาพสูง ราคาตารางฟุตละ 700-1,000 บาท
  • ฟิล์มกันUV ราคาตารางฟุตละ 500-700 บาท
  • ฟิล์มนิรภัย ราคาตารางฟุตละ 1,000-1,500 บาท
  • ฟิล์มกรองแสง ราคาตารางฟุตละ 500-700 บาท
  • ปัจจัยที่มีผลต่อราคาติดฟิล์มกระจกบ้าน

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาติดฟิล์มกระจกบ้าน

  • ประเภทของฟิล์มกระจก ฟิล์มกระจกแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น ฟิล์มกันความร้อน ฟิล์มกันUV ฟิล์มนิรภัย ฟิล์มกรองแสง เป็นต้น ฟิล์มกระจกบางประเภทมีราคาสูงกว่าฟิล์มกระจกประเภทอื่น
  • คุณสมบัติของฟิล์มกระจก ฟิล์มกระจกแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น ค่าลดความร้อน (TSER) ค่าการป้องกันรังสีUV (UVR) ความทึบแสง (Visible Light Transmittance) เป็นต้น ฟิล์มกระจกที่มีคุณสมบัติสูงมักมีราคาสูงกว่าฟิล์มกระจกที่มีคุณสมบัติต่ำ
  • ขนาดของกระจก ราคาติดฟิล์มกระจกจะเพิ่มขึ้นตามขนาดของกระจก ยิ่งกระจกมีขนาดใหญ่ ราคาก็ยิ่งสูง
  • ความยากง่ายในการติดตั้ง กระจกบางประเภทอาจยากต่อการติดตั้ง เช่น กระจกที่มีมุมเอียงหรือกระจกที่มีขนาดไม่เท่ากัน การติดตั้งกระจกประเภทนี้อาจใช้เวลานานขึ้นและต้องใช้ทักษะของช่างที่มีประสบการณ์มากกว่า ส่งผลให้ราคาสูงขึ้น
  • ค่าเดินทาง หากช่างต้องเดินทางไกลเพื่อติดตั้งฟิล์มกระจก อาจมีการเรียกเก็บค่าเดินทางเพิ่มเติม

คำแนะนำในการเลือกฟิล์มกระจกบ้าน

  • ควรเลือกฟิล์มกระจกที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับความต้องการใช้งาน เช่น หากต้องการลดความร้อนภายในบ้าน ควรเลือกฟิล์มกันความร้อนที่มีค่าลดความร้อนสูง
  • ควรเลือกฟิล์มกระจกที่มีคุณภาพดี มีอายุการใช้งานยาวนาน
  • ควรเลือกฟิล์มกระจกที่ติดตั้งง่าย
  • ควรขอราคาจากผู้ให้บริการหลายเจ้าก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ