“เสรีพิศุทธ์” ชี้ ดีลลับ “ทักษิณ” กลับไทย ลั่นส.ส.ก้าวไกลเข้าสภา ดีกว่าผมเหรอ? ไม่เหลือสักเสียงก็ไม่ยอมให้ใครจูงจมูก

18

รายการโหนกระแส ออกอากาศวันที่ 26 ก.ค. 66 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มาพร้อม รศ.ดร. โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กรณี “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ประกาศจะกลับเมืองไทย วันที่ 10 ส.ค. จะมีนัยยะอะไรทางการเมือง รวมทั้งทิศทางการการโหวตเลือกนายกฯ และจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยและก้าวไกล จะเป็นเช่นไร

ท่านไม่ได้พูดผิดใช่มั้ย ก้าวไกลเหมือนเด็กเรียนดี แต่ไม่มีเพื่อน?

เสรีพิศุทธ์ เป็นคำพูดของคนอื่น แต่ผมเอามาพูดเปรียบให้เห็นข้อเท็จจริง ก้าวไกลขยันขันแข็งในการทำหน้าที่ในสภาตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว ผลงานดี เลือกตั้งมาก็ดี แต่คนโน้นก็ปฏิเสธ คนนี้ก็ปฏิเสธ เช่น สว.ปฏิเสธ ถ้ามีก้าวไกลไม่เอา หรืออีกฟากนึงที่ต้องเอาเขามาร่วมเพื่อให้เสียงโหวตนายกฯ เพียงพอ เขาก็ไม่เอา คนอื่นก็เปรียบเปรย ผมก็เอ้ มันน่าจะใช่นะ เรียนดีแต่ไม่มีเพื่อน แต่ผมก็พูดเพิ่มเติมนะ สุภาษิตที่ว่า นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน มันบินสู่ที่สูงไม่ได้ งั้นก้าวไกลอาจเพิ่งเข้าสู่การเมืองเพียงสมัยเดียว มันเลยไม่ค่อยมีเพื่อน แต่เพื่อไทยเขาอยู่การเมืองมา 30 ปีแล้ว เพื่อนส.ส. เพื่อน สว. นักการเมืองฝ่ายโน้นฝ่ายนี้เขามีพวกเยอะแยะเลย โอกาสเขามากกว่า

ฝั่งก้าวไกลบอกว่าเขาเข้าใจ แต่เขาไม่มีเพื่อนเป็นเผด็จการ?

เสรีพิศุทธ์ : เขาก็สามารถพูดได้ ถูกต้องแล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร เขาบอกไม่มีก็ไม่มี เข้มอย่างนี้พรรคต่างๆ เขาก็ไม่เอาจะให้ทำไง คุณอยากเป็นนายกฯ พรรคต่างๆ ก็ให้โอกาสคุณจัดตั้งรัฐบาลอยู่แล้วแต่ก็ตั้งไม่ได้ จนกระทั่งหมดแล้ว เสนอชื่อคุณพิธาก็ไม่ได้แล้ว จะเสนอคนใหม่ก็ไม่ได้ เพราะคุณเสนออยู่คนเดียว ทำไมไม่คิดให้รอบคอบ ถ้ามีคนที่สอง ที่สาม คุณก็ยังเสนอได้ ยังไม่ถึงคิวเพื่อไทย แต่นี่เสนอมาคนเดียวแล้วจะโทษใคร แม้กระทั่งคุณสมบัติของคุณพิธาเป็นเรื่องเฉพาะตัว น่าจะดูให้ดีซะก่อน ให้รอบคอบ มันเป็นประเด็นที่ก้าวไกลสร้างประเด็นขึ้นมาเองเท่านั้น

มีอีกหลายมุม มองว่าทั้งหมด 8 พรรค สามารถหาทางอื่นได้มั้ย จับมือแล้วเดินร่วมกันต่อไป แม้แต่มีสูตร 10 เดือนขึ้นมา เรียกว่าสูตรสว.ระเหิด จับมือกันไป 10 เดือน สว.จะหายไปเอง มองยังไง?

เสรีพิศุทธ์ : เรื่องแรกก่อน สว.เรื่องที่สอง เรื่องแรกผมบอกว่าตอนนี้ทั้งหมดเข้าใจประเด็นผิดหมด ขณะนี้กำลังสู่วาระเลือกนายกฯ ไม่ใช่ตั้งคณะรัฐมนตรี การที่ส.ส. สว.อีกฟากบอกจะเอาพรรคโน้นพรรคนี้ แล้วมาบีบทั้งก้าวไกลและเพื่อไทย จะเอาก้าวไกลก็ไม่ได้ มันไม่ใช่ มันเป็นวาระเลือกนายกฯ ถ้าสมมติเพื่อไทยจะเสนอคุณเศรษฐา คุณอุ๊งอิ๊งเข้าสภางวดหน้า เปิดสภาก็เข้าวาระปุ๊บเสนอเลย เสนอคุณเศรษฐา เป็นนายกฯ ยกมือรับรองเสร็จก็มาอภิปรายกันว่าคุณเศรษฐาดียังไงถึงเสนอเป็นนายกฯ คุณเศรษฐาไม่ดียังไง ผมไม่ยอมให้ ประเด็นก็อยู่แค่นี้ จะไปถามว่ามีพรรคอะไรร่วมมันไม่เกี่ยว เพราะเน้นนายกฯ แล้วคุณเศรษฐาจะเอาพรรคไหนมาร่วมมั้ย คุณเศรษฐาไม่ได้อยู่ในสภา แล้วคุณจะไปถามใคร ทั้งส.ส. สว. ฝ่ายค้ายฝ่ายรัฐบาลมันหลงประเด็นกัน ความจริงถ้าผมเป็นเพื่อไทยนะ ผมตกลงกับก้าวไกลเรียบร้อย น้องสนับสนุนพี่นะ 151 เสียง ก็จะเป็น 312 เสียงเหมือนเดิม พี่ไปหาใครก็ได้อีก 70 เสียง น้องก็อย่ายุ่งกับพี่ เวลาน้องจัดพี่ก็ไม่ได้ยุ่ง เวลาพี่จัดน้องก็ให้อิสระพี่ พี่ก็ไปเชิญมา

หมายถึงก้าวไกลยังอยู่?

เสรีพิศุทธ์ : อยู่

แต่ไปเชิญภูมิใจไทย เขาก็บอกว่าไม่เอาก้าวไกล?

เสรีพิศุทธ์ : ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น จะเอาพรรคไหนบ้าง ถ้าร่วมก็ร่วม

เขาก็ต้องถาม ถ้าคุณอนุทินบอกว่าผมร่วม แล้วมีก้าวไกลด้วยหรือเปล่า?

เสรีพิศุทธ์ : ตอนนี้คุณเศรษฐาก็ยังไม่ได้คิดเลย นี่ผมเป็นแค่ส.ส. เท่านั้นเอง

จะบอกว่าเพื่อไทยก็บอกไปสิ เอามั้ยคมนาคม เอามั้ยสาธารณสุข อย่างนี้เหรอ?

เสรีพิศุทธ์ : ไปลับหลังๆ กันสิ อย่ามาเจรจาหน้าโต๊ะออกทีวีนี่ มันไม่ใช่วาระที่จะจัดตั้งรัฐบาล

ท่านพูดอย่างนี้ คิดว่าภูมิใจไทยจะเอาก้าวไกลเข้ามาเหรอ?

เสรีพิศุทธ์ : มันก็ได้ทั้งนั้น ไม่เอาก็เอาคนอื่นได้ เรื่องที่บอกมันหลงประเด็นไป ควรพูด ควรตกลงกันแค่นี้ ไม่ว่าจะตกลงกับพรรคต่างๆ หรือคุยในสภา ก็แค่นี้ จบ คนได้เป็นนายกฯ เขาก็ไปตั้งคณะรัฐมนตรีเองแหละ

เรื่องสว.?

เสรีพิศุทธ์ : ไม่ทราบว่าเสนอขึ้นมาว่าไม่ต้องโหวตหรอก รอไปอีก 10 เดือน พ.ค. ปีหน้า สว.ก็หมดอายุ เขาไม่มีสิทธิ์โหวตนายกฯ แล้ว ส.ส.ก็เลือกกันเองได้ 312 เสียงก็เกิดขึ้นอยู่แล้ว สามารถโหวตได้ ตรงนี้ก็จะทำให้ก้าวไกลเป็นนายกฯ จัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ผมเรียนว่าผู้เสนออาจพูดเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตัวเอง หรือดูกฎหมายไม่ครบก็ไม่รู้ ตามรัฐธรรมนูญจริงๆ มาตรา 269(6) ประกอบ 109 เขาบอกว่าเมื่ออายุสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้รักษาการต่อไปจนกว่าจะได้สมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ มันไม่ได้จบแค่ 10 เดือนนะ รักษาการต่อไปได้จนกว่าจะมีชุดใหม่ ซึ่งอีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้

พอพ้นวาระสว. เขาไม่ได้ขาดอำนาจเสียทีเดียว ยังรักษาการต่อได้อีก?

เสรีพิศุทธ์ : ใช่ อีก 10 เดือน เพราะมีกฎหมายจากสภา ให้วุฒิช่วยพิจารณาบุคคลดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระต่างๆ เลือกประธานศาลฎีกา เลือกกกต. เลือกผู้ตรวจการ เลือกปปช. วุฒิเขามีหน้าที่ตรวจสอบ เขาก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป ทีนี้ประเด็นที่จะพูดเพิ่มเติม คือไปเปิดรัฐธรรมนูญดูนะ ส.ส. ได้รับเงินเดือนเมื่อไหร่ อย่างผมได้รับเงินเดือนตั้งแต่ 14 พ.ค.66 ตั้งแต่วันเลือกตั้ง เอาตัวกลมๆ คนละแสน แล้วไปหมดยุบสภา คนนึงแสนนึง สิบคนล้านนึง ร้อยคนก็ร้อยล้าน ห้าร้อยคนก็ห้าร้อยล้าน ต้องมาเสียเงินเดือนให้ส.ส.เดือนละห้าร้อยล้าน ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ากินอยู่เวลามาประชุมสภาเพียบเลย เดี๋ยวไม่สมกับการเป็นส.ส.ผู้ทรงเกียรติ อาหารเต็มที่ ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ค่ารักษาพยาบาล บินฟรี แล้วมาประชุมก็มาทำงานนี่ แล้วไม่ได้ทำงานเลย รับเงินเดือนไปอีก 2 ปี ทนไหวเหรอ ภาษีพี่น้องประชาชนทั้งนั้น ขณะที่พี่น้องได้วันละ 300-500 บาท แต่คุณนั่งกินฟรีๆ เดือนละแสนไปอีกสองปี งานก็ไม่ต้องทำ คุณประยุทธ์คุณก็ไล่เขาตลอดเวลา แล้วทำไมจะยอมให้อยู่ต่ออีก 10 เดือน อยู่อีก 2 ปี

อาจารย์มองอย่างนี้มั้ย?

โอฬาร ถ้ามองตามกฎหมาย การยื้อไป 10 เดือน ทำได้ รอจนกว่าสว.จะหมดอายุ แต่ผมเห็นต่างจากท่านเสรี สว.หมดอายุไปรักษาการมี แต่รักษาการจะไม่สามารถโหวตได้

เสรีพิศุทธ์ : ผมไม่ได้พูดถึงโหวตนะ มันไม่เกี่ยวกับการโหวต

โอฬาร ครับ แต่ 10 เดือนเราต้องมองมิติอื่นด้วย ถ้าเราต้องการเอาชนะในเกมการเมืองทำได้ แต่มิติทางเศรษฐกิจ สังคม ผู้ประกอบการเขากังวลใจว่าจะกระทบหรือไม่กับการลงทุน ต่อมาผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเกมการเมือง ที่ก้าวไกลเขาก็เห็นจังหวะโอกาส ที่จะคงไว้ของ MOU จะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เพื่อไทยลำบากที่จะขยับ ผมมองว่า MOU เป็นชั้นเชิงของการเมือง การเมืองเป็นเรื่องอำนาจ นักการเมืองคือศิลปินผู้ใช้อำนาจอย่างมีศิลปะ ประสบการณ์ที่ผ่านมาเวลาจัดตั้งรัฐบาล มันจบแล้ว ถ้าใครอยากเป็นแกนนำพบกันที่เซฟเฮ้าส์ พบกันที่กองทัพ พบกันที่ต่างประเทศ ทีเดียวจบ แต่ก้าวไกลเขาใช้เพียงกระดาษ 3 แผ่น ล็อกคอไว้ทั้ง 8 พรรค ล็อกคอผ่าน MOU ไปไหนไม่ได้ เอาง่ายๆ ทุกวันนี้เกมอยู่ที่เพื่อไทย เพื่อไทยมีความชอบธรรมในฐานะพรรคอันดับสอง ชัดเจนแล้วนะ เวลานี้ แต่ไปไม่ได้ รู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขที่มีก้าวไกล สว.ไม่ยกมือให้ พรรคอีกข้างก็ไม่เอาด้วย แต่ไปไม่ได้ ครั้นจะอยู่กับก้าวไกลก็ไปไม่รอด เห็นมั้ย กระดาษ 3 แผ่นภายใต้ MOU ที่สำคัญเขาลากโยงกับเรื่องเลือกประธานสภา ที่บอกว่าต้องช่วยก้าวไกลสุดกำลัง นี่คือการทำงานการเมืองของก้าวไกล ผมคิดว่าต้องยอมรับกลยุทธ์ของเขา ชั้นเชิงของเขา ที่ทำให้กระดาษ 3 แผ่นล็อกคอ เป็นศิลปะทางการเมือง ที่ทำให้ทุกคนไปไหนไม่รอด พูดไม่ออก จนเมื่อวานไม่กล้าประชุม ทั้งที่ความชอบธรรมเป็นของพรรคอันดับสองแล้ว ชั้นเชิงมันต่างกัน

เสรีพิศุทธ์ : ผมคิดคนละอย่าง พอเลือกเสร็จก้าวไกลก็รวมได้ 8 พรรคตัวเองก็จัดตั้งรัฐบาล คิดเขียน MOU มา ผมเรียนตรงๆ ว่า ผมก็เสนอว่า MOU มันควรเป็นยังไง บ้านเมืองมีกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีพรบ. โน่นนี่ แต่การทำงานของรัฐบาล ข้าราชการ ทบวง กรม ประชาชน 70 ล้านคน ไม่มีอะไรผูกพันกันเลย ต่างคนต่างคิด มันเลยบริหารประเทศไม่สำเร็จสักที มันควรมีอะไรสักอย่างยึดโยง ผมเรียกว่าอุดมการณ์ในการบริหารประเทศ ผมบอกว่าต้องขยันนะ ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ และร่วมมือกัน

ต้องเสียสละ?

เสรีพิศุทธ์ : ต้องมีอุดมการณ์ไง ไม่มีอุดมการณ์ก็ไม่ยอมเสียสละ ไม่ยอมประหยัด ผมบอกประหยัด ทุกส่วนราชการ จะใช้งบประมาณแบบทุกวันนี้ไม่ได้ อะไรจะซื้อต้องจำเป็น ทุกคนก็ไม่เอากับผม พอลงไปในรายละเอียดเนื้อหา ผมบอกการทำ MOU มันต้องกว้างๆ อย่าเอาเรื่องนโยบายต่างๆ เข้ามา ก้าวไกลไปเอานโยบายมาบีบเขา อย่างเช่นสุราก้าวหน้า ตอนแรกจะเอา 112 ด้วยซ้ำทุกคนก็ค้าน จน 112 ไม่มี แต่ก็เอานโยบายก้าวไกลใส่ไปเยอะแยะเลย เท่ากับบีบให้พรรคร่วมจำยอมในนโยบายก้าวไกล ถ้าก้าวไกลเสนอในสภาเราต้องโอเคนะ เราก็โอเค ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงก็ลงชื่อให้ แล้วก็ยึด MOU นั้นเป็นหลัก ที่ผมเห็นต่างกับอาจารย์ ตอนนี้เมื่อคุณไม่ได้จัดแล้ว เปลี่ยนเป็นเพื่อไทยจัดแล้ว MOU ก็หายไปโดยปริยายสิ โดยเหตุการณ์ เพื่อไทยก็เขียน MOU ขึ้นมาเสนอใหม่สิ หรือจะไม่เขียนก็ได้ ประเพณีที่ผ่านมาก็ไม่มีใครเขียน ผมก็ถือว่าให้เพื่อไทยไม่ต้องยึดกับ MOU เพราะถือว่ามันจบไปแล้ว

หลายคนจับประเด็นว่าท่านต้องการให้ก้าวไกลยอมเสียสละไปเป็นฝ่ายค้าน เพื่อให้เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลเหรอ?

เสรีพิศุทธ์ : ครับ ผมคิดว่าหลายๆ คนไม่เคยมีประสบการณ์จะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ อย่างผมมีประสบการณ์ปี 34 พลเอกสุนทร ยึดอำนาจ ท่านนายกฯ ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ ผมเป็นผู้การกองปราบ พี่ประชา พรหมนอก เป็นผู้บัญชาการตร.สอบสวนกลาง พอมีเหตุการณ์ยึดอำนาจ ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องหนุนนายกฯ ชาติชาย ทางนั้นจับได้ก็จะเล่นงานทั้งผมและพี่ประชา ผมเองก็บอกว่าพี่ใกล้เป็นอธิบดีตร.แล้วพี่ไปก่อนเลย โยนมาให้ผมให้หมด ผมรับไว้ได้ทั้งหมด พี่ไปก่อน หลังจากนั้นรสช. ก็ย้ายผม ตั้งกรรมการสอบสวน ปลดผมออก ดำเนินคดีผม ผมก็สู้ มันก็หมดยุค รสช. ไป พี่ประชาเป็นอธิบดีตำรวจ พี่เขาก็ลากผมไปเป็นด้วย ผมก็เป็นอธิบดีตำรวจด้วยกันทั้งคู่ นี่คือการเสียสละ ผมถึงพูดว่าเมื่ออยู่ในทะเลเกิดคลื่นลมมีคนแก่ คนเจ็บ คนหนุ่ม เรือมาลำเดียว บรรทุกได้แค่ไม่กี่คน จะให้ใครไปก่อนล่ะ ไอ้หนุ่มจะไปแย่งเหรอ ไอ้หนุ่มก็ต้องเสียสละสิ ให้คนแก่กับผู้หญิงไปก่อน แต่กลับไม่เข้าใจผม เอามาเปรียบเทียบในสภาว่าต้องให้คนหนุ่มเขาทำงาน คนแก่อย่างผมไปได้แล้ว

กราบขออภัย อีกมุมมองว่าถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้ จริงๆ แม่กับลูกถ้าต้องเสียสละ เด็กต้องไปก่อน คนแก่ต้องอยู่ทีหลัง เพราะคนแก่จะอยู่ได้อีกไม่นาน เด็กยังมีโอกาสเจริญเติบโตไป แล้วไปทำอะไรได้อีกเยอะ แต่คนแก่ต้องเสียสละเพราะสุดท้ายอาจต้องตายก่อน?

เสรีพิศุทธ์ : ผมยังไมได้พูดตรงนี้เลย ผมบอกเด็ก คนแก่ไปก่อน ผู้ชายไปทีหลัง พูดตรงประเด็นเมื่อกี้ ให้ก้าวไกลเสียสละ ไม่ได้ไล่ให้ไปเป็นฝ่ายค้าน แต่เสียสละคือถอยมาให้เพื่อไทยเขาจัด เพราะตอนคุณจัด เพื่อไทยก็อิสระกับคุณ ผมยังช่วยหาสว.มาให้ ติดต่อได้ ส่งเบอร์โทรศัพท์ให้เขา ไปประชาธิปัตย์ ไปชาติไทยเพื่อเติมเสียงให้ก้าวไกล ทีนี้เมื่อจัดไม่ได้ ก็โยนให้เป็นภาระเพื่อไทย เพื่อไทยก็ต้องมีอิสระในการจัด แต่เขาติดบ่วงที่ทุกคนบอกไม่เอาก้าวไกลเพราะ 112 เขาให้ถอนแต่ไม่ยอมถอน ความจริงก้าวไกลเสนอนโยบายตั้ง 300 นโยบาย ก็ถอนไปก่อนสิ แล้วมาทำนโยบายอื่นๆ ที่เป็นนโยบายปากท้องประชาชน ทำไม่ได้หรือไง

ถ้าก้าวไกลถอยให้จริงๆ พรรคอื่นจะยอมให้ก้าวไกลกลับมาหรือเปล่า?

เสรีพิศุทธ์ : ก็อย่างที่บอกว่าหลงประเด็นกัน วาระนี้ ขณะนี้ เลือกนายกฯ ไม่ใช่เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ใครจะร่วมกับใครทั้งนั้น พูดถึงเรื่องเสนอนายกฯ อย่างเดียว สว. ส.ส. อีกฟากจะถามก็ไม่ต้องตอบ ก็บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ เป็นหน้าที่ของคนที่จะเป็นนายกฯ ถ้าคุณจะให้เขาเป็นนายกฯ คุณก็สนับสนุนมา ถ้าไม่ให้เป็นนายกฯ ก็ไม่ต้องสนับสนุน เดี๋ยวมันก็เดินตามรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องไปยุ่ง พรรคไหนจะเป็นอะไร

เมื่อวาน อ.นันทนา ม.เกริก บอกว่าถ้าจะมองมุมแบบนี้ ตรรกะจะผิดเพี้ยนไปหน่อย ที่มองเหมือนกับให้ฝั่งก้าวไกลต้องเสียสละไป ทั้งที่เขาเป็นเสียงอันดับหนึ่ง ถ้าก้าวไกลยอมถอย แล้วคนอีก 14 ล้านเสียงจะรู้สึกยังไง หลายคนอาจเข้าใจว่าท่านบอกให้ถอยไปเป็นฝ่ายค้าน?

เสรีพิศุทธ์ : ไม่เข้าใจเจตนาผม แล้วไปคิดแทนผมได้ยังไง มันต้องคิดแบบผมสิ ทั้ง 8 พรรค 312 เสียง ขาดอีก 60 กว่า พอเปลี่ยนมาให้เพื่อไทยเขาจัด เพื่อไทยเขาจัด ถ้าก้าวไกลบอกผมสนับสนุนพี่ 151 เต็มเลยนะ เพื่อไทยเขาก็มั่นใจว่าก้าวไกลจะไม่เบี้ยวนะ เพื่อไทยก็มีภาระไปหาที่ขาดอีก 60 กว่า อาจไปเอาภูมิใจไทย หรือพรรคไหนก็ได้แค่ 60 กว่า แต่ทีนี้ ก้าวไกลไม่ให้ความหวังเขา จะลงให้เขาหรือเปล่า เขาเลยต้องไปหาภูมิใจไทย พรรคโน้นพรรคนี้ให้มันครบ ไม่งั้นจะไม่ครบ

ณ เวลานี้ ก้าวไกลไม่ให้ความมั่นใจกับเพื่อไทยเหรอ ถ้าวันนี้ก้าวไกลบอกว่าสนับสนุนเพื่อไทย เพื่อไทยไปหามาเลย แต่ก้าวไกลต้องอยู่กับเพื่อไทยนะ ถ้าเพื่อไทยหาไม่ได้ล่ะ เช่น คุณอนุทินก็ไม่เอา อีกหลายพรรคเขาไม่เอาด้วย?

เสรีพิศุทธ์ : ไม่ได้ก็ผ่านไปคนที่สองสิ ถ้าไม่ได้ก็เปลี่ยนขั้วไปสิ กฎหมายมันเป็นอย่างนั้น

เปลี่ยนขั้วยังไง?

เสรีพิศุทธ์ : ถ้าคุณเศรษฐาไม่ได้ คุณอุ๊งอุ๊งไม่ได้ คุณชัยเกษมไม่ได้ ก็ต้องไปภูมิใจไทย พรรคที่เขามีคะแนนอันดับสามสิ ถ้าภูมิใจไทยจัดไม่ได้ ก็ไปพรรคพลังประชารัฐจัด จัดไม่ได้ก็ไปรวมไทยสร้างชาติจัด จัดไม่ได้ก็ 272 วรรค 2 คือเอาคนนอก

อย่างนี้พรรคอันดับหนึ่ง อันดับสองไม่มีความหมายเหรอ?

เสรีพิศุทธ์ : มันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญนะ

โอฬาร มองตามหลักการรัฐธรรมนูญอย่างนั้นได้ แต่อันนี้ทำให้เพื่อไทยอยู่ในภาวะที่ลำบากมาก จะไปไหนก็ไม่ได้ ผมก็ประเมินนะว่าก้าวไกลก็รู้ว่าสถานการณ์ การเป็นรัฐบาลตอนนี้ยาก แต่ก่อนจะปล่อยเพื่อไทยไป เพื่อไทยต้องเลือดท่วมตัว ถึงไปตั้งรัฐบาลได้ก็ช้ำไปทั้งตัว เขารอให้เพื่อไทยประกาศฉีก MOU แต่เพื่อไทยไม่กล้าประกาศ เพราะไม่กล้าฉีก เพราะรู้ว่ามีราคาต้องจ่ายมาก อาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า ที่การเลือกตั้งครั้งนี้ผมคิดว่าแตกต่างจากที่ผ่านๆ มา ประชาชนไม่ได้จบการเลือกตั้งอยู่แค่ที่คูหา ประชาชนพร้อมเป็นผู้เล่นด้วยผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ทวิตเตอร์อะไรต่างๆ ที่กดดันทางการเมือง ทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันจบแล้ว แต่นี่ไม่จบ เพราะเพื่อไทยอยู่ในภาวะที่เหมือนเอา MOU มาเป็นเชือกผูกคอตัวเอง ถ้าเพื่อไทยกล้านะ เห็นโอกาสสว. กับท่าทีอีกฝั่งนึง ไปวันนี้ก็ได้ ถ้าคุณทักษิณกลับมาวันที่ 10 ยิ่งง่ายขึ้น แต่ไปไม่ได้เพราะ MOU นี่แหละ เพราะไม่กล้าฉีก

ถ้าสูตรท่านเสรีพิศุทธ์?

โอฬาร : สูตรท่านเสรีเหมือนให้ยืนยันในจำนวน 376 อย่าเอาพรรคมาเป็นเงื่อนไข นั่นทำได้ แต่ประเด็นคือพรรคการเมืองเรา ผูกโยงกับพรรคและอุดมการณ์ไปด้วย นี่เป็นปัญหาความยากลำบาก การที่สว.ไม่เลือกพรรคก้าวไกล สำหรับผมไม่ใช่ 112 แต่มันเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มคนชั้นนำ กลุ่มทุนผูกขาด ที่เขาเกรงว่าการปล่อยก้าวไกลไป มันไปทลายกลุ่มทุนพวกนี้ทั้งหมด แต่ด้านนึงผมเชื่อว่ากลุ่มทุนผูกขาดพวกนี้ก็อยู่ในเพื่อไทยด้วย ลึกๆ ผมคิดว่าเขากังวลใจ

อาจารย์จะบอกว่าสว.ไม่ได้มีแค่เรื่อง 112 อย่างเดียว แต่ไปเชื่อมโยงกลุ่มทุนผูกขาด ต่อให้วันนี้ก้าวไกลถอย 112 ก๋ไม่เลือกอยู่ดี?

โอฬาร ผมมั่นใจว่าอย่างนั้น ผมดูท่าทีหลายพรรค ผมดูว่าทุกพรรคก็เริ่มตอบตรงกันแล้วว่าถอย 112 ก็ไม่ให้ ถ้ามีก้าวไกล อยู่ ถ้าเพื่อไทยรวมกับ 188 ซึ่งเป็นกลุ่มชนชั้นนำ เครือข่ายอำนาจที่เขายกสายหากันได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว กลุ่มนี้ก็มีปฏิกิริยาอยู่ไม่น้อย แต่เพื่อไทยไม่กล้าบอกกเลิก สัญญารักชั่วฟ้าดินสลายผูกเอาไว้

ท่านทักษิณกลับมา มีนัยยะมั้ย?

 เสรีพิศุทธ์ : ผมไม่ทราบ เพราะไม่ได้ติดต่อท่านเลยตั้งแต่ท่านออกนอกประเทศไป อยู่คนละพรรคกัน ต่างคนต่างทำงาน แค่นั้นเอง ก็เพิ่งทราบเดี๋ยวนี้เอง ถ้าถามความคิดส่วนตัวนะ ประเทศไทย คนไทยก็ต้องกลับได้ กลับมารับโทษทัณฑ์ตรามกระบวนการก็มีกฎหมายอยู่ ก็ว่ากันไป แต่อีกส่วนถามว่าเป็นคนมีความรู้ความสามารถมั้ย ก็ต้องบอกว่ามี ตอนเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ท่านสอบได้ที่หนึ่งของรุ่นนะ หรือลาออกจากราชการมาประกอบธุรกิจก็ประสบความสำเร็จ ตอนนี้อายุขนาดนี้ ประสบการณ์ขนาดนี้ไป ต่างประเทศยิ่งเห็นมากมาย ไปทำธุรกิจเยอะแยะ จะได้นำความรู้เข้ามาช่วยในการบริหารประเทศได้ กลับมาดี แต่อาจมีกติกาแค่นั้นเอง

คนคาดหวังกับเสรีมีไว้ลุย อยากให้เข้ามาบริหารบ้านเมือง ดูเรื่องคอรัปชั่น ส่วย เรื่องอยุติธรรมต่างๆ นานา แต่พอวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้น ท่านสวนทางมติส่วนใหญ่ที่เลือกก้าวไกล บอกให้ก้าวไกลสละเรือ คุ้มมั้ยกับการสวนแบบนี้ กลัวมั้ยจากเมื่อก่อนมี 6 เสียง วันนี้เหลือ 1 เสียง ต่อไปอาจไม่มีอีกเลย?

เสรีพิศุทธ์ : ผมเป็นตัวตนของผม ผมไม่ให้ใครจูงจมูกหรอก ถ้าศึกษาชีวิตผมตั้งแต่เด็ก ไม่เคยมีใครมาจูงจมูก ผมโตขึ้นมาด้วยตัวผมเอง ตรงนี้ถ้าถามว่าคราวที่แล้วได้ 10 เสียง คราวนี้ทำไมเหลือ 1 เสียง ประเด็นที่หนึ่งมันแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อก่อนมันใช้บัตรใบเดียว ผมได้ 10 เสียงยังถูกโกงเลย มาคราวนี้มันไม่ได้ใช้กติกาเดิม ผมทำงานมา 4 ปี ผลงานเยอะแยะ ประชาชนชื่นชอบ ควรได้เกิน 10 เสียงด้วยซ้ำไป แต่กลับลดลงมาเหลือเสียงเดียว เพราะมันเปลี่ยนกติกาไง พอเปลี่ยนกติกาเป็นแบบนี้เราก็ต้องยอมรับความจริง รับสภาพ แล้วผมคิดว่าทุกพรรคการเมือง ผมบริสุทธิ์ที่สุด ไม่มีใช้เงินเลย แม้กระทั่งตำแหน่งผบ.ตร. ไม่ได้ใช้เงินเลย ทำไมผบ.ทบ. เขาได้กัน คนละ 30-50 เสียงแล้ว ผบ.ตร. ได้แค่เสียงเดียว วันนี้ไปฟังดูสิ พรรคโน้นใช้เงินเท่าไหร่ ซื้อเสียงกันทั้งนั้น พวกนั้นซื้อเสียงกันทั้งนั้น ที่เราแพ้ไม่ใช่ประชาชนไม่นิยมนะ เราสู้เขาไม่ได้ โดยเฉพาะส.ส.เขตซื้อกันทั้งนั้นเลย ผมไม่ซื้อใครสักคน มันเลยแล้วแต่ใครชอบพรรคเราก็เลือกกันเข้ามา มันก็เลยมีแต่ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันนี้ไม่ได้วิตกกังวล ถึงแม้เข้ามา 1 เสียง ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด คราวหน้าเลือกตั้งถ้าไม่เอาก็คือไม่เอา

แต่บางคนอกหักจากคนชื่อเสรีพิศุทธ์เลยนะ?

เสรีพิศุทธ์ : จะไปห้ามใครได้ไง ในเมื่อความคิดเรา เราก็คิดว่าเราถูก

ไม่ทรยศความรู้สึกตัวเอง?

เสรีพิศุทธ์ :  โอ้ย พวกคุณที่คิดว่าผมผิด มีอุดมการณ์เท่าผมหรือเปล่า ผมเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองเยอะแยะ ผมเคยเสี่ยงพวกคุณเคยมั้ย ไม่เคย อย่าคิดว่าความคิดพวกคุณเหนือกว่าผมนะ มันเป็นกระแสก็ว่ากันไป ใครโฆษณา ติ๊กต๊อกมีเยะก็ชนะผมหมดสิ ถามว่าที่เลือกเข้ามาสภาเยอะแยะ ยังไม่ทันเข้าสภา ขับรถเมาให้ตร.จับ ยังไม่ทันเข้าสภา ไปตบแฟนตัวเอง นี่พูดจริงๆ จะพูดให้ฟัง เดี๋ยวนี้ผมตรวจสอบ ก็มีคนที่ระยอง ถูกจำคุก รับสารภาพ ขาดคุณสมบัติ ก็เอามา เดี๋ยวต้องถูกถอดถอน ถามว่าที่เอาเข้าสภา มันคนดีหมดหรือไง ดีกว่าผมเหรอ ดีกว่าลูกพรรคผมเหรอ ลูกพรรคผมเอาเฉพาะกรุงเทพฯ ดูเลย กับพรรคที่ได้มากๆ ประกวดคุณสมบัติกันเลย ไอ้นั่นโนเนมไม่รู้เรื่องกันเลย ตกลงเลือกคนดีมาหรือเปล่า 33 คนในกทม. ได้มา 32 เหมาเข่งมา ปรากฏว่าไอ้คนโน้นก็ไปตบเขา อีกคนไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ อยู่ระยอง เขต 3 ดูได้เลย

นี่ท่านยังอยู่ใน 8 พรรคร่วมใช่มั้ย?

เสรีพิศุทธ์ : ก็คุณถามผมไง ถ้าไม่เอาผม ไม่ศรัทธาผม แล้วคนที่คุณศรัทธา มันดีกว่าผมขนาดไหน ลูกพรรคผมที่ไม่ได้เข้า จบดร. เหมือนอาจารย์นะ มีปริญญาเยอะแยะ ไม่ได้รับเลือก ไปเลือกคนเมา คนตบหญิง ตกลงคุณเลือกกันเป็นหรือเปล่า ผมถามย้อนกลับ

แต่เขาก็รับผิดชอบตัวเองนะ เขาก็ลาออกเลยนะ?

เสรีพิศุทธ์ ไม่เกี่ยว พรรคทำไมไม่รับผิดชอบ คนที่เลือกพวกนี้ทำไมไม่รับผิดชอบ ดีแล้วเหรอพวกนี้ ดีแล้วเหรอ สรุปคุณก็เลือกคนไม่ดีเข้ามา

วีรบุรุษนาแกอีกเรื่อง?

เสรีพิศุทธ์ คนละเรื่องกัน ลูกพรรคผมประวัติดีๆ ไปเอามาดูได้ แต่ไม่เลือก ไปเลือกคนเมา ทำร้ายผู้หญิง แล้วใครผิดใครถูก

ก่อนหน้านี้พูดเอาไว้เหมือนกัน ถ้าเพื่อไทย ก้าวไกลจับมือกันไม่ได้จริงๆ ก็ขอให้ก้าวไกลเสียสละเป็นฝ่ายค้าน อีกมุมถ้าเพื่อไทยไปจับกับพลังประชารัฐ ท่านไม่ติด?

เสรีพิศุทธ์ ไม่ติด เราต้องดูแต่ต้นมา ผมต้านปฏิวัติ ยึดอำนาจมาตลอด ค้านกับคุณประยุทธ์ในสภาก็คงเห็น พอวันเวลาผ่านมา มันปรากฏชัดว่าคนปฏิวัติคือคุณประยุทธ์ วันเชิญผบ.เหล่าทัพมานั่ง เขาก็ไม่เกี่ยวนะ ถ้าไม่เชิญมา ทหารเรือ ทหารอากาศ เขาก็ซัดกับทหารบก เดี๋ยวมันจะไม่สำเร็จ เขาเลยต้องเชิญมา ฉะนั้นพวกที่นั่งกันหน้าสลอน ปฏิวัติกับเขาหรือเปล่า ผมถือว่าพวกนั้นไม่ได้ปฏิวัตินะ ต่อมาเรื่องคุณประวิตร พอศึกษาแล้ว คุณปฎิวัติคือคุณประยุทธ์ พอปฎิวัติเสร็จก็ไปเชิญคุณประวิตร คุณอนุพงษ์ เข้ามา เชิญคุณอนุทินมาร่วมเป็นรัฐมนตรี เชิญจุลินทร์ เชิญคุณชวน มาเป็นประธานสภา ถามว่าคุณชวนเผด็จการด้วยหรือเปล่า อนุทินเผด็จการด้วยหรือเปล่า ไปถึงอนุพงษ์ ประวิตรด้วยหรือเปล่า เขาไม่ใช่คนปฏิวัติ ผมถึงรับได้ไง ผมไม่เอาคุณประยุทธ์อย่างเดียว แล้วผมเคยอธิบายกับสังคมว่า ถ้าจะห้ามผมไม่ให้เอาคุณประวิตรด้วย ตอนนั้นกระแสเพื่อไทยมา 300 กว่า เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลแน่ สมมติเพื่อไทยเอาคุณประวิตรมาร่วม ผมบอกไม่เอาคุณประวิตร แล้วผมต้องกลับมาอยู่กับใคร กับคุณประยุทธ์ใช่มั้ย แล้วจะให้ผมอยู่ฝ่ายไหนล่ะ

คนมองว่าแบบนี้เหมือนท่านเองเป็นตร. พอจับเจ้ามือไพ่ แต่ไม่จับลูกวง ได้เหรอ?

เสรีพิศุทธ์ จับได้แค่ไหนก็แค่นั้น เวลามันเล่นกันนะ 200-400 คน ตร.ไปแค่ 10 20 คน จับได้แค่นี้ ไม่ได้ปล่อย แต่จับมันไม่ได้ หลักฐานก็ไม่มีจะเอาอะไรไปจับเขาล่ะ จับไม่ได้ก็ต้องปล่อยไป กลับมาทำงานร่วมกันก็ได้ ไม่งั้นผมไม่มีที่อยู่นะ ไม่มีที่ยืนเลย มีแค่ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล สมมติคุณประยุทธ์อยู่ฝ่ายค้าน แล้วคุณประวิตรอยู่ฝ่ายรัฐบาล แล้วผมอยู่ตรงไหน ลาออกเหรอ ผมก็ต้องอยู่จุดไหนจุดหนึ่ง ไม่ใช่อยู่ให้เป็น เอาไอ้คนพูดมาเป็นผมบ้างสิ จะคิดยังไง เราคิดอย่างนี้ก็ไม่ได้ คิดอย่างโน้นก็ไม่ได้ แล้วมาทำงานทำไม คนคิดก็มาแทนผมสิ เหมือนคนคิดว่าตร.ไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ลองมาเป็นตร.จะรู้ว่าเป็นยังไง

อาจารย์มองเรื่องนี้ยังไง?

โอฬาร : ผมเข้าใจจุดยืนของท่านเสรี แต่ความคาดหวังทางสังคม ที่บอกว่าเที่ยวนี้ประชาชน ทุกกลุ่มกลายเป็นผู้เล่นด้วยผ่านช่องทางต่างๆ ถ้าเรานับตั้งแต่รัฐประหาร ก็มีเลือกตั้ง แล้วมีคณะรัฐมนตรี ที่พลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ สังคมกังวลใจว่าถ้าเพื่อไทยพลิกข้าง นายกฯ ได้คุณเศรษฐา แต่ครม.ชุดเดิม อันนี้หลายคนกังวลใจ ถ้าครม.ชุดเดิมก็ไม่แตกต่างกัน เหมือนเจ้ามือไม่อยู่แต่ผู้เล่นอยู่หมดเลย ทำให้เพื่อไทยตกที่นั่งลำบาก และกระแสข่าวที่บอกว่าคุณทักษิณจะกลับมาโดยนิตินัย เพื่อไทยไม่เกี่ยวข้องกับคุณทักษิณ ผมเห็นด้วยว่าคุณทักษิณต้องกลับบ้าน ในแง่มนุษยชน ที่นี่เป็นมาตุภูมิของเขา เขาก็ต้องกลับ แต่การกลับมาของเขา ผมคิดว่าถ้าเราดูลักษณะการทำงานทางการเมืองคุณทักษิณก่อนหน้า เขามองเสมอว่าการที่เขาเดินเกมอย่างใดอย่างนึง เขาต้องมีความได้เปรียบในเกมการเมืองก่อน อย่างน้อยตัวนายกฯ อย่างน้อยตัวรัฐบาล และมีมวลชนสนับสนุน สถานการณ์เพื่อไทยตอนนี้ก็ยากลำบากมากๆ มีทางสองแพร่ง แพร่งนึงไปกับพรรคเดิม ถ้าอีกแพร่งมากับ 188 บวกสว. มีราคาต้องจ่ายมั้ย ผมว่านี่คือราคาที่เพื่อไทยต้องจ่ายอย่างหนักถึงขนาดเทหมดหน้าตัก แต่การที่เพื่อไทยต้องประเมินว่าการเอาคุณทักษิณกลับมาตอนนี้ สิ่งที่คนกังวลใจ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้อง เราเห็นสัญญาณของพรรคเพื่อไทยในรอบสัปดาห์นี้ พี่น้องมีอะไรต้องผ่อน มีความยากลำบากอะไรบ้าง เหมือนรู้ว่าถ้ามีการพลิกยังไง เรื่องปากท้อง เงินหมื่นดิจิทัลต้องรีบออก โดยมีแบรนด์ของคุณทักษิณให้เชื่อมั่นว่าถึงแม้ข้ามฟากมา จะรีบแก้ปัญหาให้ไวที่สุด

นัยยะทางการเมืองของการที่คุณทักษิณกลับมา จะทำให้การเมืองเปลี่ยนมั้ย?

โอฬาร : ผมว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป จะเกิดกระแสดีลต่างๆ เยอะแยะมากมาย เพื่อทำให้เพื่อไทยตัดสินใจอย่างเป็นรูปธรรม เช่นก่อนหน้านี้มีดีลที่บอกว่าผู้หาเสียงของพรรคก้าวไกลบินไปกินโจ๊กกับคุณทักษิณ ได้ดีลมาแล้ว ต้องร่วมรัฐบาล แต่ต้องไม่แตะ 112 ถ้าก้าวไกลไม่แตะ 112 ถามว่าทำได้มั้ย ทำได้ แต่มวลชนกลุ่มนึงที่เขาเชื่อว่าการแก้ 112 เป็นอุดมการณ์ เป็นสิ่งที่เขาถอยไม่ได้ ถ้าเขาถอยเรื่องนี้ อาจได้เป็นรัฐบาล แต่ต้องเสียมวลชนอีกฝั่งหนึ่ง ดีลสองอาจดีลแล้วกับอีกฝั่ง ก็ทำให้เกิดสมการเยอะมากในเวลานี้ แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่เพื่อไทยว่าจะตอบสังคมได้ยังไงว่าท้ายที่สุดในเวลานี้ ภายใต้ความชอบธรรมที่มีอยู่ ตัวเองจะเลือกยังไง

คุณทักษิณวิดีโอคอลขอบคุณลูกพรรค รวมถึงแฟนๆ พรรคเพื่อไทย ประกาศชัด 10 ส.ค. กลับแน่ มีการย้ำจากฝั่งคุณอุ๊งอิ๊งฝั่งโซเชียลมีเดีย ว่าคุณทักษิณจะกลับวันที่ 10 ส.ค. นี้ แม้จะไม่สบายใจเท่าไหร่แต่ไม่อยากขัดคุณพ่อ และต้องสนับสนุนคุณพ่อเต็มที่เหมือนกัน ท่านคิดว่าจะมีนัยยะทางการเมืองมั้ย จะมีดีลลับอย่างที่เขามองกันมั้ย?

เสรีพิศุทธ์ : ผมคิดว่าน่าจะมีบ้าง เพราะการกลับมาก็ต้องมีการรับโทษทางกฎหมาย เมื่อรับโทษ รับแค่ไหน จะปล่อยตัวกลับบ้าน หรืออะไร หรือควบคุมไว้ แค่นั้น ไม่ให้ไปไหน ก็เป็นเรื่องรายละเอียด ซึ่งผมอยู่วงนอกก็ไม่ทราบ แต่ถามว่ากลับมาดีมั้ย ก็ดี อย่างที่อาจารย์วา แผ่นดินเกิด ใครก็กลับไทยได้ ยิ่งมีความรู้ความสามารถ กลับมาช่วยชาติบ้านเมืองได้

หลายคนมองว่าคุณทักษิณกลับ 10 ส.ค. ช่วงจังหวะมีการตั้งรัฐบาล ท่านมองยังไง?

เสรีพิศุทธ์ : จะเป็นคนนอก หรือคนใน ก็ปล่อยให้กระบวนการเป็นไปตามกฎหมาย เรามีกฎหมาย มีรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย คุณทักษิณกลับมา กระบวนการเลือกนายกฯ ก็เลือกไป จะเป็นยังไงก็ตามนั้น จะเป็นตามที่คุณทักษิณต้องการหรือเปล่าเราก็ยังไม่รู้ คนนี้ไม่ได้ก็มีคนนั้น คนนั้นไม่ได้ก็มีคนนี้ ทำตามกฎหมายสำคัญที่สุด ถ้าเลือกไม่ได้แล้วก็ไป 272 วรรค 2 คนนอก เขาก็ไม่ได้ปิดโอกาส

วันนี้รัฐบาลในสายตาท่านเสรี อยากให้เป็นมุมไหน อยากให้ใครดีลกับใคร?

เสรีพิศุทธ์ : ถามไม่ยาก แต่ตอนนี้เป็นวาระของเพื่อไทยจัด ผมก็ไม่ได้ยุ่งนะ คุณจะจัดใครยังไงก็ไม่ได้ยุ่ง ถามว่าผมร่วมได้มั้ย ก็แล้วแต่ว่าจัดใครมา ผมเคยพูดไว้ 3 ปีแล้ว คุณประวิตรผมรับได้ คุณประยุทธ์ผมรับไม่ได้ ตอนนี้คุณประยุทธ์ก็ไม่อยู่แล้ว คุณประวิตรไม่เกี่ยวปฏิวัติกับเขา ก็เป็นอย่างนั้น อยู่ที่เขาจัดแล้วเขาจะเอาผมด้วยหรือเปล่ายังไม่รู้เลย

ถ้าเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล เขาชวนท่านไปอยู่กับรัฐบาล กับก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน ก้าวไกลบอกท่านเสรีพิศุทธ์มาอยู่กับผมได้มั้ย ท่านจะไปอยุ่มุมไหน?

เสรีพิศุทธ์ ตอนก้าวไกลจัด ผมก็ออกข่าวว่าคุณชัยธวัชมาหาผม มากินข้าวที่บ้าน เขาไม่ดีกับผมเหรอ เขาก็ดีกับผม ผมจะไปทำร้ายเขาทำไม  แต่กระบวนการตามกฎหมาย ตอนนี้จบของก้าวไกลแล้ว เป็นของเพื่อไทย ถ้าอยากให้ไปด้วยกัน ก็บอกให้ทางนี้ถอยหลังมาหน่อย

ยืนยันว่าให้ก้าวไกลไปด้วยกัน?

เสรีพิศุทธ์ ก็ให้เขาถอยหลังมาหน่อย แล้วบอกกับเพื่อไทยซะว่า 151 เสียงไม่ไปไหนนะ เขาจะอยู่ด้วย เพื่อไทยก็สะดวกในการจัด ก้าวไกลเอา เพื่อไทยก็จัดง่าย ถ้าก้าวไกลไม่เอา เพื่อไทยก็จัดยาก เขาก็ต้องไปตระเวนหาใคร ซึ่งจะเป็นใคร ผมก็ไม่เกี่ยว

ถ้าเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ วันนั้นเขาไม่ต้องพึ่งเสรีรวมไทย?

เสรีพิศุทธ์ : เขาไม่เคยบอกจะให้อะไรผมนี่ ก้าวไกลยังบอกจะให้

 ถ้าก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน ท่านก็พร้อมอยู่กับเขา?

เสรีพิศุทธ์ ถ้าผมคิดจะเป็นฝ่ายค้าน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนเลือกนายกฯ คุณประยุทธ์ รัฐบาลยังง่อนแง่น มาให้ผม 300 ล้าน ส.ส. 10 คน คนๆ ละ 30 ให้ผมเป็นรองนายกฯ คุมตำรวจด้วย ผมยังไม่ไปเลย แล้วเมื่อจัดรัฐบาลยังง่อนแง่น ส่งคนมาเทียบ ท่านเสรีจะเอาเท่าไหร่ก็ให้บอกมาเลย ผมก็ยังไม่ไป ตอนนั้นผมยังไม่แคร์เลย ได้ทั้งเงินทั้งกล่องผมยังไม่เอา นี่คือตัวตนผม ไม่ใช่เลื้อยไปไหนจะเอาแต่ประโยชน์ ไปดูประวัติผมรักษาประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนมาทั้งชีวิต

ถ้าก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน เขาผลักไปท่านก็ยินดี?

เสรีพิศุทธ์ มันก็ไปได้สิ ต้องเข้าใจก่อนว่าระหว่างเป็นฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล อันไหนทำงานให้ประชาชนได้มากกว่ากัน คุณกรรชัยเคยเห็นผมไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่มีคนยกย่องทั้งนั้น ผมอยู่ที่ไหน สงบเรียบร้อยหมด ทำหน้าที่สมบูรณ์ ลองเป็นรัฐบาลสิ ขนาดผมเสียงเดียว คนยังบอกเสียงเดียวมันดังเหลือเกิน ทำไมก้าวไกลต้องเชื่อ ทำไมเพื่อไทยต้องเชื่อ

ตอนนี้คนตำหนิท่านเยอะว่าทำไมไม่เอาก้าวไกลไปด้วยกัน?

เสรีพิศุทธ์ ก็พื้นฐานของคนมันเท่าผมที่ไหน ดูนี่ ก้าวไกลเอานักโทษไปได้ยังไง ผมรู้กฎหมาย เดี๋ยวจะเอาออกด้วยซ้ำไป เอานักโทษที่เคยติดคุกไปเป็นส.ส. ได้ไง กองเชียร์ยังเชียร์ก้าวไกล อย่างนี้ดีเหรอ เนี่ย นักโทษ ผมพูดจริงทำจริง ผมรับผิดชอบมาทั้งชีวิตน้องเอ้ย เมื่อกี้ก้าวไกลเพิ่งถอดถอนคนดูแลคุณพิธาอยู่เลย คนพวกนี้เคยติดคุกมาก่อน แล้วก้าวไกลเอามาใช้ ปั๊ดโธ่เอ้ย