ที่นี่ที่แรก ! วิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์ เล่าจุดเริ่มต้นก่อนมาเป็นเจ้าพ่อรายการทอล์กโชว์ 

25

เปิดใจพิธีกรระดับตำนานของประเทศไทย วิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์ กับการเปิดเผยเส้นทางโทรทัศน์ไทยกว่า 40 ปี และจุดเริ่มต้นก่อนจะมาเป็นเจ้าพ่อแห่งรายการทอล์กโชว์ พร้อมเปิดชีวิตครอบครัวที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน ในรายการคุยแซ่บShow Special ทางช่องOne31 ที่มี ชมพู่ ธัณย์สิตา และ เป็กกี้ ศรีธัญญา

เริ่มตั้งแต่คุณอายังเป็นเด็กๆเลย คุณอาเป็นคนจังหวัดอะไรคะ ?

วิทวัจน์ เป็นคนยะลา อยู่ยะลาถึงอายุ 17 ปี เกิดที่นั่น คลอดที่นั่น โตที่นั่น เรียนที่นั่นแล้วก็เรียนที่กรุงเทพฯ มศ.4 เรียนอยู่ ปีกว่าๆ พอจบ มศ.4-มศ.5 ก็สอบเอนทรานซ์เลือกแบบไม่ดูเงาหัวตัวเอง เลือกจุฬาฯ ศิลปากร ชอบศิลปะ อันดับ เลือกศิลปะศาสตร์ จุฬาฯ ชอบภาษา ไม่ติดซักคณะเลย พ่อเลยบอกให้ไปเรียนรามฯ แต่รู้สึกตัวเองชอบภาษาเลยอยากไปเมืองนอก แต่ที่บ้านไม่ให้ไป ไม่มีตังค์

แล้วที่ทำยังไงถึงได้ไป ?

วิทวัจน์ พี่ชายคนที่สองชื่อคุณอรรถพล เค้าก็ภาคภูมิใจจนทุกวันนี้ เค้าซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียว ถ้าจะกลับให้หาซื้อตั๋วกลับมาเอง ออสเตรเลียยุคนั้นค่าเรียนฟรี เราชอบศิลปะเลยเลือกคณะศิลปะศาสตร์ เรียนอยู่ ปี

หลังจากเรียนจบกลับมาเมืองไทยมั้ย?

วิทวัจน์ ได้ทำงานเลย ได้งานแรกเลยที่กระทรวงศึกษาธิการของซิดนีย์ ออสเตรเลีย ทำไปได้พักนึงพอดีหนังสือพิมพ์ลงประกาศต้องการอาร์ต ไดเร็คเตอร์ให้เกมส์โชว์เด็ก เราก็หิ้วพอร์ตโฟลิโอไป

ตอนเค้าเห็นใบสมัครเราเค้าสนใจรับเราเลยมั้ย ?

วิทวัจน์ : เค้าดูงานพอร์ตโฟลิโอที่ว่าคือเนื้องานของเรา ดูงานศิลปะ

เห็นว่าทำไปทำมารายการโดนยุบ ?

วิทวัจน์ รายการเด็กของทั่วโลกก็เป็นอย่างนี้เป็นรายการที่หาสปอนเซอร์ยาก รายการอยู่ได้ซัก ปี มีลูกน้อง คนที่เป็นฝรั่งก็โดนไล่ออก เค้าเก็บหน้าจีนคนนี้ไว้ เค้าให้เราย้ายไปอยู่แผนกข่าว เป็นแผนกใหญ่ขึ้นรายการเกมส์โชว์เด็กมีอาทิตย์ละครั้ง แต่แผนกข่าวมีทุกวัน แต่ไม่ได้เป็นอาร์ต ไดเร็คเตอร์แล้วเป็นกราฟฟิก ทำไตเติ้ล ออกแบบฉาก ทำอยู่ได้ประมาณ ปี

เห็นว่าผลงานคุณอาก็ดีจะโดนเลื่อนขั้นแต่ก็ไม่โดนซักทีเกิดอะไรขึ้น ?

วิทวัจน์ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าความเป็นซีเนียร์ ถ้ามีคนออกก็จะได้รับการไต่เต้าขึ้นไป แต่พอถึงเรา เราก็อายุมากที่สุดน่าจะถึงเราบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ หาคนใหม่เข้ามา เป็นอยู่อย่างนั้นซักครั้งสองครั้ง จนมีรายการนึงที่มีชื่อเสียงระดับโลกแล้วก็น่าจะถึงตาเราแล้ว แต่ก็ไม่ ข้ามเราไปอีกแล้ว ไอ้หน้าจีนคนนี้ก็นั่งรอไป มีความรู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าตาเราไม่เป็นสีฟ้า ผมไม่เป็นสีบลอนด์ ผิวเราเหลืองกว่าชาวบ้านหน่อย เหยียดผิวแล้ว ถ้าเพียงแค่เรากลับบ้านแล้วเราทำงานโดยที่ไม่ต้องพูดภาษาอังกฤษไม่แน่ชีวิตเราอาจจะรุ่งเรืองกว่านี้

แต่การกลับก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะระหว่างนั้นคุณอาก็มีครอบครัว ?

วิทวัจน์ ใช่ ตอนนั้นมีลูกแล้วยังเล็กอยู่เลย

ไปเจอกับภรรยาตั้งแต่ตอนไหน ?

วิทวัจน์ :  เจอกับภรรยาตั้งแต่ตอนไปไปปีแรกเลย ตอนไปปีแรกต้องไปเรียนภาษาอังกฤษก่อน เดือน ก็เจอภรรยาที่นั่น ภรรยาเป็นคนไทยด้วยกัน

แล้วทำไมปิ๊งเลย ตอนนั้นเราเจอคนเอเชียกี่คน ?

วิทวัจน์ ในโรงเรียนนั้นเป็นโรงเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษก็แปลว่าเป็นนักเรียนที่มาจากประเทศที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ ตอนนั้นอายุ 17 เป็นป๊อปปี้เลิฟก็คุยกันรู้เรื่องดี

แสดงว่าเห็นแล้วรักแรกพบเลยหรือเปล่า ?

วิทวัจน์ อาจจะประมาณนั้น เป็นคนที่ชอบคนผมยาว

เราเข้าไปจีบแล้วตอบรับเลยมั้ย ?

วิทวัจน์ คนไทยในซิดนีย์ ออสเตรเลีย ตอนนั้นไม่ได้มีเยอะ จับกลุ่มรวมกันคุยกันเองก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจน เป็นเพื่อนร่วมก๊วนกัน

ณ ตอนนั้นที่จะย้ายมาเมืองไทยมีลูกหรือยัง ?

วิทวัจน์ คนโต ขวบ คนที่สอง เดือน

ก่อนจะย้ายมาเมืองไทยเห็นว่าคิดแล้วคิดอีกตั้งแต่ลูกคนที่สองยังอยู่ในท้อง ?

วิทวัจน์ ถูก ใช้เวลาในการตกลงกับภรรยา เค้าไม่ยอมกลับ คือวันแรกที่คุยกันเราบอกว่าไม่อยากทำแล้ว เบื่อพูดภาษาอังกฤษแล้ว อยากมาเมืองไทยพูดภาษาไทย ทำงานภาษาไทย คุยกับคนไทย มีลูกน้องคนไทย มีเจ้านายคนไทย เค้าก็ไม่เอา เวลาก็ผ่านไปเราก็ทำงานไป เงินก็ดีใช้ได้ สถานะทางสังคมก็ดี ตอนนั้นเท่นะเวลาคนถามทำงานที่ไหน เราบอกไอทำงาน แชนแนล ไนน์ อาเป็นคนเอเชียคนเดียวในจำนวนพนักงานตอนนั้นคิดว่าน่าจะซักพันคน

ต้องใช้วิธีไหนเค้าถึงจะยอม ?

วิทวัจน์ อาพูดอยู่คำนึง เราตกลงกันซักระยะนึง ขอ ปี ถ้าไม่เวิร์คไม่รวยขึ้นกว่านี้ ซึ่งโคตรยากเลยนั่นมันเงินดอลล่าร์แล้วเรากลับมาหาเงินบาท เลยขอ ปีถ้าไม่รอดก็กลับ

หลังจากออกจากงานแรกมาถึงเมืองไทยเล็งอะไรเป็นงานต่อไป ?

วิทวัจน์ : นั่งอยู่บ้านแล้วก็ดูทีวี เห็นมีผู้ชายผมหยิกๆคนนึงนั่งอ่านข่าว เค้าจะทำแบบที่เราเคยทำตอนอยู่ออสเตรเลีย คนนั้นชื่อ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล อ่านข่าวช่องอสมท ยังมีไอ้นี่ต้องทำ ไอ้นี่ก็ยังต้องเปลี่ยน ฉากตรงนี้ก็ไม่ค่อยดี เรารู้เลยว่าเค้าต้องการทำอะไรและกำลังจะไปสู่จุดไหน มันเป็นการเสนอข่าวแบบฝรั่งแนว CNN

แล้วคุณอาทำยังไง ?

วิทวัจน์ เดินเข้าไปเลย สวัสดีครับอาจารย์ครับ ผมมาสมัครงานครับ สมัครอะไรฉันไม่ได้ประกาศ ไปดักแกเพราะเรารู้ว่ามันเป็นการเสนอข่าวสด ไปเซอร์เวย์ก่อนเดินเข้าไปดูห้องข่าว ห้องอาจารย์อยู่นี่ กะเวลาเลิกรายการกว่าจะเก็บสคริปต์ถอดไมค์น่าไม่เกิน นาที แกก็เดินมาจะขึ้นรถ ก็เข้าไปสวัสดีบอกว่าผมมาสมัครงาน ผมมาจากออสเตรเลีย ผมทำงานที่ฝ่ายข่าวที่ Channel 9 ของออสเตรเลีย ผมมานำเสนอในสิ่งที่อาจารย์ขาดอยู่ ก็ยืนคุยกันอาจารย์ก็บอกว่าเดี๋ยวนัดคุยกัน หลังจากนั้นพอนัดกันก็เปิดงานให้เค้าดูก็คืองานทีวีข่าว ไม่รับก็แย่แล้ว

ก็ได้ทำงานที่นี่เลย นานมั้ยคุณอา ?

วิทวัจน์ : ใช่ ก็ออกแบบฉาก ออกแบบไตเติ้ลใหม่ ข่าว 9 อสมท ที่เป็นเลข หมุนๆ อันนั้นอาเป็นคนทำออกแบบคอนเซ็ปต์ ออกแบบโต๊ะ ก็ทำอยู่ประมาณปีนึง อาจารย์สมเกียรติเป็นผู้ปฎิวัติวงการข่าวของประเทศไทยเป็นประวัติศาสตร์เลย เราก็ไปทำเบื้องหลังนั่นแหละ

แต่ก็มีสุภาพบุรุษคนหนึ่งที่พลิกวงการพยากรณ์อากาศ นั่นก็คือคุณอา ทำไมถึงได้ไปทำงานวงการพยากรณ์อากาศ เห็นบอกว่าเป็นคนแรกด้วย ?

วิทวัจน์ : ทำไปได้ปีนึง หลังจากนั้นก็มีกราฟฟิกรายวัน คือเวลาคนไม่เปิดเสียงก็จะเห็นตัวหนังสือ แต่ข่าวพยากรณ์อากาศอาทำอยู่ตอนอยู่ออสเตรเลีย ทำมาหมดรู้หมดแล้ว เลยถามอาจารย์ว่าทำไมอาจารย์ไม่หาคนมาอ่านข่าวพยากรณ์อากาศ ผมเสนอเป็นคอนเซ็ปต์ให้เอามั้ย ผมวาดเป็นสตอรี่บอร์ดให้ ถ้าเราดู CNN ทุกวันนี้มันก็เป็นแบบนี้ อาจารย์ดูแล้วก็บอกว่าใช้ได้ คอนเซ็ปต์นี้โอเค เอาเลยเอาแบบนี้

เอาสตอรี่บอร์ดเราแล้ว แล้วคนอ่านล่ะคะ ?

วิทวัจน์ บอกอาจารย์ว่าคอนเซ็ปต์อันนี้ผมทำให้ได้ไม่มีปัญหา ฉากหลังเดี๋ยวผมออกแบบให้ แต่อาจารย์จะเอาใครมาอ่าน อาจารย์เค้าก็บอกว่าใครจะไปรู้ว่าต้องทำยังไงนอกจากคุณ คุณนั่นแหละอ่าน

พออาจารย์บอกอย่างนี้ คุณอาว่ายังไง ?

วิทวัจน์ ผมรู้วิชาภูมิศาสตร์ตอนอยู่ ม.ต้น แรงลม เรื่องของเมฆ เรื่องของลมบก ลมทะเล ความกดอากาศ อาจารย์บอกไม่รู้ก็ไปเรียนที่กรมอุตุฯ อาจารย์ยกหูกริ๊งเดียวคงพูดประมาณว่าเราต้องการส่งคนไปเรียนเพื่อการนำเสนอข่าวพยากรณ์อากาศให้ดูดีขึ้นเราอยากใช้คนของเรา สมัยก่อนจะใช้เจ้าหน้าที่จากกรมอุติวิทยาเป็นผู้นำเสนอข่าว แล้วก็ไม่มีอะไรมากมายเกินไปกว่า พระอาทิตย์ขึ้นกี่โมงตกกี่โมง น้ำทะเลขึ้นสูงสุด

แล้วสไตล์ของคุณอาคืออะไร ?

วิทวัจน์ : ก็มีความรู้มาพอที่จะนำเสนอได้ เป็นรายการสดตื่นเต้นมากเพราะเราอยู่เบื้องหลังมาตลอด

แล้ววันนั้นคุณอาตายไมค์มั้ยคะ ?

วิทวัจน์ :  ตาย จะรอดหรอ มันไม่เดดแอร์แต่พูดผิด พูดผิดแล้วก็แก้ แก้แล้วก็ขออภัยครับ หลังๆมีคนบอกว่าถ้าพูดผิดไม่ต้องขออภัยเผื่อเค้าไม่รู้ ข้ามไปเลยแล้วพูดใหม่ แต่คนชอบเพราะเป็นเรื่องใหม่ รายการ 2 นาทีกว่าเองตอนจบก็มีตบมุกหน่อย ช่วงนี้ความกดอากาศสูง ไม่ทราบว่าความกดอากาศหรือความดันอาจารย์สมเกียรติไม่ทราบวันนี้สูงหรือต่ำครับ เชิญครับ ส่งไปแบบนี้ คนดูชอบ

จากสายข่าวพยากรณ์อากาศแล้วกลายมาเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการทอล์กโชว์ได้ยังไง ?

วิทวัจน์ ทำรายการพยากรณ์อากาศอยู่สองปีก็ต้องมีมุกอย่างที่ว่าพวกนี้ ผมไปบอกอาจารย์ว่าผมหมดมุกแล้ว เพราะทำ วันต่ออาทิตย์ 365 วันต่อปี อาจารย์เค้าก็ไม่มีปัญหา คุยไปคุยมาก็ถามอาจารย์ว่าเรามาทำทอล์กโชว์กันมั้ย

ตอนนั้นเมืองไทยมีหรือยัง ?

วิทวัจน์  ไม่มี ตอนนั้นในเมืองไทยยังไม่มี ในอเมริกามีชื่อทูไนท์ โชว์ พิธีกรชื่อจอห์นนี่ คาร์สัน เป็นตำนานของวาไรตี้ ทอล์กโชว์แบบที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้ เลยบอกอาจารย์ทำแบบนี้มั้ย ผมไม่อยากทำพยากรณ์กาศแล้ว หาคนมาแทนดีมั้ย คนที่มาแทนคือ คุณจิ๊ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ

เริ่มแรกของวาไรตี้ทอล์กโชว์คือรายการ ?

วิทวัจน์ คืนนี้ที่ช่อง เราเป็นโปรดิวเซอร์ ออแบบเหมดเลย เป็นรายการสัมภาษณ์ดาราสมัยก่อนไม่มีใครออกมาสัมภาษณ์แบบนี้เลย มีแต่สัมภาษณ์ทางนิตยสาร ดิฉัน ขวัญเรือน แต่ในทีวีไม่มี รายการคืนนี้ที่ช่อง เป็นวาไรตี้ที่มีเพลงให้ฟัง เพลง มีโชว์ใดๆ แต่ไข่แดงของมันคือการสัมภาษณ์ตอนนั้นเราได้อดีตนายกรัฐมนตรีหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นแขกรับเชิญ ตอนนั้นหม่อมคึกฤทธิ์เพิ่งจะผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจ เพิ่งออกจากโรงพยาบาล เราก็ไปเรียนเชิญถึงบ้านเลย อาเป็นโปรดิวเซอร์อยู่ข้างบนเลยบอกอาจารย์ว่าขอฟังเสียงหัวใจของหม่อมคึกฤทธิ์ได้มั้ย อาจารย์ก็บอกจะบ้าหรอ อาจารย์เอาจริงถามว่า คุณชายผ่าตัดหัวใจมาแล้ว หัวใจเต้นดีมั้ยครับ ขอฟังเสียงเต้นหัวใจหน่อยครับ แต่เราไม่รู้ว่าจะฟังยังไงในที่สุดไม่มีวิธีอื่นเลยใช้ไวเลสไปแนบกับหัวใจ หม่อมคึกฤทธิ์ถามว่ามัยจะได้ยินหรอ ท่านก็เลยถอดเสื้อ แต่ก็ยังเหลือเสื้อกล้ามนะ เพื่อจะเอาไมค์ไปแนบกับเนื้อแกได้ ตอนนั้นยิ่งใหญ่มากในความรู้สึกของเรา นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง เราก็สัมภาษณ์ ตั๊ก มยุรา ก็ได้รู้เรื่องราวตลกๆของตั๊ก และดารานีกร้องอื่นๆหลายคน ตอนนั้นเราบันทึกเทปอาทิตย์ละครั้ง จนทำเทปที่ อาจารย์บอกว่ามีอะไรจะคุยด้วย บอกว่าผมจะลาออก คือแกลาออกก่อน ก่อนที่จะบอก ทุก วันจะหาแขกยังยากเลยนี่ต้องหาพิธีกร มีเวลา วันหาพิธีกร เราติดต่อไปหลายคนปฎิเสธหมดทุกคน จนวันที่ ทุกคนในที่ประชุมบอกคุณนั่นแหละ พูดทำนองที่ ดร.สมเกียรติ เคยพูดว่าก็ใครจะไปรู้ดีกว่าคุณล่ะ คุณสร้างรายการนี้ขึ้นมา แล้วก็เคยออกทีวีแล้ว เคยตายไมค์มาแล้วคงเคยชินกับความล้มเหลวมาบ้างแล้ว แต่ก็ลำบากมากแม่ว่าจะเป็นรายการบันทึกเทปแต่ก็ตื่นเต้น ถ้าพลาดเราตกเหว ถ้าตกเหวเราตาย แต่ตัดต่อได้ ใจชื้นมาหน่อย นั่นคือจุดเริ่มต้นในการเป็นพิธีกร แล้วก็ทำรายการนี้มาประมาณปีครึ่งถึงสองปี

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์วันศุกร์  เวลา13.15-14.15 ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ วิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์

https://youtu.be/DgqKthIKa60