SYS มั่นใจ เหล็กเอชบีมยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ในวันที่ราคาเหล็กมีความผันผวน

8

จากสถานการณ์ราคาเหล็กในปัจจุบันที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบในตลาดโลก เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มฟื้นตัว หลังการระบาดของไวรัส โควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้เหล็กของโลกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งผลิตและใช้เหล็กมากที่สุดในโลก จึงส่งผลให้ราคาเหล็กสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายพงษ์ศักดิ์ แห่ล้อม ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟรงก์ มานานมากกว่า 25 ปี ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า “ถึงแม้ว่าราคาเหล็กในช่วงนี้จะปรับตัวสูงขึ้น และมีผลกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้าง เหล็กก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับเจ้าของโครงการ โดยเฉพาะเหล็กเอชบีม เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วในการก่อสร้าง เพราะสามารถประกอบบางส่วนมาจากโรงงานได้ การใช้คนงานก่อสร้างหน้างานน้อย ทำให้ประหยัดค่าแรงงาน และช่วยให้สามารถเว้นระยะห่างในการทำงาน ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ Covid-19 ได้อีกด้วย”

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า “นอกจากความคุ้มค่าในแง่การใช้งานแล้ว โครงสร้างเหล็กเอชบีม จากอาคารเดิม สามารถถอดย้ายเพื่อมาประกอบเป็นโครงสร้างของอาคารใหม่ได้ โดยเฉพาะอาคารโครงสร้างเหล็กเอชบีม ที่ติดตั้งด้วยระบบ Bolted Connection ที่ช่วยให้การถอดย้ายชิ้นงานเหล็ก สะดวกและเรียบร้อยยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับงานก่อสร้างระบบสำเร็จรูปแบบ Modular System ที่สามารถยกย้ายทั้งยูนิตไปติดตั้งในสถานที่ใหม่ได้เลย หรือหากไม่ต้องการย้ายโครงสร้างเหล็กไปประกอบเป็นโครงสร้างอาคารใหม่ ก็สามารถรื้อถอนนำไปขายต่อได้ โดยการรื้อถอนก็ไม่ยุ่งยาก ใช้จำนวนคนงานน้อย อีกทั้งขายได้ราคา และขายได้ง่ายเพราะมีแหล่งรับซื้อทั่วไป”

“ดังนั้น ในช่วงสถานการณ์ที่เหล็กปรับตัวสูงขึ้น โครงสร้างเหล็กเอชบีมก็ยังคงเป็นวัสดุโครงสร้างที่คุ้มค่า ประหยัดมากกว่า และสามารถสร้างมูลค่าได้ไม่จำกัดครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นวัสดุกรีน หรือ Green Building Material ที่สามารถนำมารีไซเคิลใหม่ได้เกือบ 100% นับเป็นทรัพยากรหมุนเวียน (Circular Economy) ที่สามารถหลอมกลับมาใช้ใหม่ได้ ทำให้งานโครงการต่าง ๆ มีความคุ้มค่า ทั้งในแง่การลงทุน และการเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” นายพงษ์ศักดิ์ แห่ล้อม กล่าวปิดท้าย