“เนื้อสังเคราะห์” แทนเนื้อวัว แก้วิกฤติขาดแคลนอาหารโลกในอนาคต

2042

ในที่สุดโลกก็มาถึงยุคของการสังเคราะห์ “เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อวัว” จากสเต็มเซลล์เพื่อนำไปปรุงขายทดแทนเนื้อวัวจริงๆ กันแล้ว

“เนื้อสังเคราะห์” ที่ว่านี้มีการค้นคว้าวิจัยและผลิตมันออกมาจริงๆ จากห้องปฎิบัติการ โดยนำเนื้อเยื่อจากกล้ามเนื้อวัวที่ได้จากสเต็มเซลล์ไปผสมกับคอลลาเจน ใส่ไขมัน และปรุงรสชาติ จนดูคล้ายชิ้นเนื้อจริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นในแวดวงวิทยาศาสตร์และอาหาร 

เมื่อ 2 ปีก่อนเคยมีการทำเนื้อสังเคราะห์มาทำเป็นเบอร์เกอร์ทอดกินโชว์กันให้ดูมาแล้วในต่างประเทศ แต่ขณะนั้นยังราคาแพงมากถึง 250,000 ยูโร (ประมาณ 10 ล้านบาท)

price-drop-burger

แต่ครั้งล่าสุดนี้ ศ.ดร.มาร์ค โพสต์ แห่งมหาวิทยาลัยแมสตริทช์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้คิดค้นวิจัยจนสามารถทำเนื้อเทียมนี้ออกมาได้ เขาให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อลองทำในเชิงพาณิชย์แล้ว ราคาเนื้อสังเคราะห์ก็น่าจะลดลงมาเหลือกิโลกรัมละ 80 ดอลลาร์เท่านั้น (ประมาณ 3 พันบาท) หรือถ้าเอาไปทำเบอร์เกอร์ ก็จะใช้ทุนแค่ 11.36 ดอลล่าร์ (ประมาณ 400 บาท) ซึ่งถูกกว่าเมื่อสองปีก่อนอย่างมาก

แม้ว่าฟังดูก็ยังมีราคาแพงสำหรับคนกินเนื้อทั่วไปไม่ใช่มหาเศรษฐีมีเงินถุงเงินถัง แต่หากมีการผลิตกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเป็นธุรกิจจริงจังแล้วละก็ ราคาขายก็น่าจะลดลงมาใกล้เคียงกับเนื้อวัวจริงๆ ก็เป็นได้ ตอนนี้ที่น่าตื่นเต้นกว่าคือ มีทีมวิจัยกว่า 30 ทีมทั่วโลกที่แข่งขันกันค้นคว้าเพื่อการผลิตออกมาในอุตสาหกรรมอาหารโลกที่นับวันจะเข้าสู่ภาวะขาดแคลนอาหารมากขึ้น

“เนื้อสังเคราะห์” นอกจากช่วยทดแทนเนื้อสัตว์จริงๆ แล้ว เป้าหมายก็เพื่อลดความต้องการในการเลี้ยงสัตว์จริงๆ ลง ซึ่งส่งผลดีทั้งในแง่เศรษฐกิจ ในด้านความมั่นคงทางอาหารที่ต้องหาเทคโนโลยีการเกษตรใหม่ๆ มารับมือกับจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเลี้ยงปศุสัตว์ ที่แน่ๆ คงถูกใจบรรดาคนรักสัตว์ที่ไม่อยากให้มีการฆ่าสัตว์ด้วย

Cultured-Beef-05_600

เนื้อสังเคราะห์ที่ว่านี้ยังสามารถปรับปรุงคุณภาพให้มีคุณค่าทางอาหารสูงขึ้นได้ไม่ยาก เช่น เพิ่มไขมันโอเมก้า 3 ลงไป ฯลฯ อย่างไรก็ตามโปรเจคนี้ก็ยังมีผู้ออกมาคัดค้านอยู่ดี บ้างก็ว่าเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ (คล้ายกรณี GMO หรือการตัดแต่งพันธุกรรม) แต่ในที่สุดแล้วอนาคตข้างหน้าเราคงไม่อาจปฎิเสธอาหารสังเคราะห์เหล่านี้ไปได้ เมื่อถึงคราวที่โลกเข้าสู่วิกฤติขาดแคลนอาหารจริงๆ

 

ข้อมูลจาก http://www.mirror.co.uk/…/science/250000-lab-burger-can-now…