ครูแคท คุฑลียา เจ้าของฉายาราชินีเพลงประกวดระดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่วันนี้เธอกลับมาทวงบัลลังก์ หวนคืนวงการ หลังหายไปกว่า 2 ปี กับชีวิตที่เจอมรสุมหนักมาก หลังออกจากค่ายเพลงดัง งานหด เงินหาย เรียกว่าเป็นขาลงที่สุดของชีวิต ถึงขั้นมาขายน้ำพริก ซึ่งเจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร
2 ปีที่ผ่านมาไม่ค่อยเห็นหน้าครูแคทตามทีวีเลย?
ครูแคท : ก็มีงานหดหายไปบ้าง บางรายการก็จะเป็นซีซั่นๆ ไป พอหมดซีซั่น ไม่ได้ต่อก็ต้องหยุดแล้วจังหวะโควิดพอดี มีเรื่องราวส่วนตัวด้วยกับต้นสังกัดก็เลยเงียบไปนิดนึง แค่วันนี้กลับมาแล้ว พร้อมทำงาน
ครูแคทอยู่ในวงการมาทั้งหมดกี่ปี?
ครูแคท : 26 ปีนี้
เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับค่ายเพลง แต่เราไม่มีสิทธิ์ในเพลงเหล่านั้นเลย?
ครูแคท : ใช่ค่ะ ทางต้นสังกัดไม่ให้ ถ้าจะร้องต้องได้รับอนุญาตจากเขาผู้เดียว
นอกจากเพลงที่เอามาร้องไม่ได้ ชื่อก็ไม่ได้?
ครูแคท : ชื่อก็ไม่ได้ เพราะเขาเป็นคนตั้ง เขาสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด
ใช้อะไรไม่ได้บ้าง?
ครูแคท : ชื่อ นามสกุล ทั้งหมด
แต่ชื่อมันสำคัญ?
ครูแคท : จริงๆ คนเขาติดไปแล้ว กับชื่อและนามสกุลตรงนั้น กลายเป็นคนจดจำไปแล้ว
ตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึงวันนี้เลย มีทั้งหมดกี่เพลง?
ครูแคท : ถ้ารวมๆ แล้วประมาณ 500 กว่าเพลง แต่จำเนื้อเพลงแม่นๆ เลยไม่น่าถึง 100 มันหลายอัลบั้มมาก
เพลงของครูมีคนเอาไปร้องประกวดเยอะมาก ภูมิใจไหม?
ครูแคท : ภูมิใจมากๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เราเป็นนักร้องร้านอาหารเนอะ เราก็แกะเพลงพี่ผึ้ง เพลงพี่สุ เพลงหลายๆ คนที่เป็นต้นฉบับแกะมาร้อง ตอนนี้เรามาเป็นศิลปิน ให้น้องๆ ได้เราเป็นแม่แบบตรงนั้นไปประกวดแล้วได้รางวัล มันเป็นสิ่งที่ภูมิใจที่สุด
ชื่อเสียงที่สร้างมา 26 ปี แล้วไม่ได้ใช้มัน เสียดายไหม?
ครูแคท : ก็มีความเสียดาย เพราะมันคือตัวตนของเรา คนรู้จักเราก็คือ แคฑลียา มารศรี แล้วกว่าจะรู้จักชื่อ รู้จักเพลง มันเดินทางมาหลายปี มันมีน้อยใจหน่อยๆ เสียดาย
ร้องไห้ไหม?
ครูแคท : ก็มีค่ะ คนเรามีขึ้น มีลง มีดี มีไม่ดีอยู่ในนี้ปะปนกันแต่ละชีวิต ทุกคนมีหมด พอมาถึงตัวเราทำไมเราเดินทางมาถึงตรงนี้ ความพร้อมเรามี การงานเรามี ชื่อเสียงเรามี ใันทำไมอยู่ๆ มีวิบากกรรมตรงนี้ การทำงานก็ไม่ได้ราบรื่น เพราะว่า เป็นเรื่องภายในต้นสังกัด มันเหมือนตัดโอกาสเรา ในสิ่งที่เราควรทำได้ ในสิ่งที่เราควรใช้ได้ เรากลับใช้ไม่ได้ เราก็เป็นส่วนผู้ร่วมสร้างชื่อเสียงตรงนั้น หรือเพลงตรงนั้นให้มันมีชื่อขึ้น
เคยน้อยใจโชคชะตาไหม?
ครูแคท : ก็มีค่ะ แต่ยืนหยัดได้เพราะว่าบางครั้งเราคิดว่าเราเป็นตัวตนเรา เราก็มีฝีไม้ลายมือ เราก็มีความสามารถตรงนี้ คือเราต้องเข้มแข็ง เพราะว่าครอบครัว
เคยคิดจะยื่นคำร้องต่อศาลในการทวงสิทธิ์ของเราไหม?
ครูแคท : ถามว่าเคยอยากยื่นฟ้องไหม สิ่งตรงนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะยื่นฟ้อง แต่เราแค่อยากถามว่าเราใช้ไม่ได้เลยเหรอ ในส่วนที่เรามีส่วนร่วมทำให้เพลง เพลงนั้นมีชื่อเสียงขึ้นมา
มีโอกาสที่จะปรับความเข้าใจ กลับไปทำงานกับค่ายเดิมไหม?
ครูแคท : ปรับความเข้าใจ อาจจะพูดคุยในเรื่องลิขสิทธิ์ หรือว่าขอใช้ในส่วนที่เราทำมาหากินได้ แต่ถ้าจะกลับไปอย่างนี้มันยากแล้ว
ตอนจบ จบไม่สวยทั้งคู่?
ครูแคท : ใช่ค่ะ
อยากบอกอะไรกับค่ายไหม?
ครูแคท : จริงๆ ก็อยากจะคุยกันดีๆ ในส่วนนึงเราก็มีส่วนที่ทำให้เพลงมันมีชื่อเสียง เด็กรุ่นใหม่นำไปประกวด มันคือการจต่อยอด เขาบอกว่าจะจะเกิดผลงานที่ดี มันมีองค์ประกอบหลายอย่าง 1.คือตัวเรา เสียงร้องเรา ความใส่ใจในรายละเอียด การสื่อสารของเรา 2.คือเพลงที่ได้มาจากการคัดเลือกของเขา มันเหมือนมีส่วนกัน 3.ดนตรี เหมาะสมไหม ต้องแก้ไขแต่งเติมอะไรไหม มันเป็นสีสัน มันเป็นองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ตัวเขา ตัวเราก็เหมือนกัน ดวงไปด้วยกันได้ไหม ก็อาศัยดวงเหมือนกัน เพราะว่าคนคนนึงมันไม่สามารถทำให้เพลงมันดังขึ้นมาได้ มันต้องมีส่วนประกอบทั้งหมดที่ดีทั้งหมด ไม่งั้นจะได้รางวัลได้ยังไง ไม่ใช่เราดังคนเดียว ไม่มีใครสร้าง ไม่ใช่ค่ะ เรารู้ เราระลึกถึงเสมอ เรารู้ว่าเรามายังไง เราเกิดจากไหน ใครชักนำมา เรารู้ แต่ในสิ่งที่เรามีปัญหากันมันเป็นเรื่องส่วนตัว มันไม่ได้เกี่ยวกับงาน แต่ว่าเรื่องส่งนตัวมันก็เลยมาพาลถึงงาน มันก็เลยเป็นปัญหากัน ส่วนนึงก็อยากคุย เราอยากใช้สิทธิ์มาประกอบอาชีพเรา ถ้าคุณอยากได้รายได้หรือส่วนแบ่งตรงนี้ก็คุยกัน
เครียดไหม?
ครูแคท : เครียด ช่วงแรกๆ นอนร้องไห้เยอะ 1.เราตัดสินใจเดินออกมาแล้ว มันต้องมีความทรนงพอตัว มีนต้องตัดสินใจและเข้มแข็งตรงนั้น แล้วผู้หญิงมันอ่อนไหวง่าย มันก็เสียใจ เรามาผิดไหม เราก้าวผิดไหม มันมีถามตัวเอง แต่ถามไปถามมาเราก็ตอบตัวเอง เรามั่นใจแล้วที่เราจะเดินมาตรงนี้ เพราะว่าเราไม่อยากเจออะไรที่ซ้ำๆ แล้วมันตอกย้ำความรู้สึกเรา
หลังจากที่ตัดสินใจออกจากค่าย เป็นการตัดสินใจออกมาตัวเปล่าจริงๆ ไม่ว่าเพลง ชื่อ หรือแม้กระทั้งเงิน แทบไม่มีอะไรติดมาเลย?
ครูแคท : ค่ะ จะบอกว่าท้อมาก อันนี้สิ่งที่เราเลือกคือท้อนะ แต่สิ่งที่เราเลือก เราก็ต้องไปให้ได้ รายได้ไม่มีเลย แล้วจังหวะที่รายการก็หมดซีซั่นด้วย มันก็ไม่มีรายการที่จะไปคอมเมนต์ด้วย งานโชว์ก็ไม่มี มันมีความรู้สึกว่าจะไปต่อยังไง แต่ก็เป็นคนที่มีสติ แล้วเป็นคนปลงในสิ่งที่มันผ่านมาแล้ว เราเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน ไม่มีวันว่าสายในการก้าวเดินต่อไปในวันข้างหน้า
ในแต่ละเดือนเรามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
ครูแคท : เยอะค่ะ ช่วงแรกๆ จะมีบ้าน มีรถที่เราจะต้องผ่อน ก็เกือบ 2 แสนต่อเดือน แต่ตอนนี้จ่ายไปหมดเรียบร้อยแล้ว พอหมดแล้วมันก็มีค่าใช้จ่ายจิปาถะในครอบครัว เพราะเราดูแลไม่ต่ำกว่า 5 คน ก็มีค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน บางทีค่าเทอมเด็ก มันมีหมด ปีละแสนกว่า ช่วงนี้ก็ซอฟเรื่องบ้าน เรื่องอะไรไปแล้ว ก็ประมาณเกือบๆ แสน ถามว่าอยู่ได้ไหม ก็ต้องอยู่ให้ได้
แล้วรายรับพอไหมในแต่ละเดือน?
ครูแคท : กระมิดกระเมี้ยนมาก แล้วช่วงนี้ไม่มีงานเลย บอกตรงๆ โควิดก็มา มันพังทลายหมดเลย เหมือนเราไม่มีรายได้เลย มีแต่รายจ่าย แต่ว่าแคทเป็นคนอยู่ง่าย กินง่าย ประหยัด แล้วทำตัวเล็กที่สุด เราไม่เดินห้าง เราไม่แบรนด์เนมอะไรเยอะแยะ เราพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว แล้วเราประหยัดมาก
ถ้าคนอื่นมองเข้ามาว่าชีวิตครูแคทขาลง เราคิดไหมว่าเป็นขาลง?
ครูแคท : ใครบอกว่าขาลง ตกอับ บ้านต้องมาขายน้ำพริก จริงๆ มันเป็นอาชีพสุจริต ขายน้ำพริกไม่ได้เสียหาย ไม่ได้ไปปล้นใครเขา
ถ้าจบรายการ ถ้าเรื่องลงเอยด้วยดี เราจะกลับมาทวงบัลลังก์เราคืนไหม?
ครูแคท : ส่วนมากเขาจะให้ฉายาว่าเจ้าแม่เพลงประกวด เจ้าแม่เพลงหวาน จริงๆ แล้วอยากกลับมา แต่ว่าจริงๆ บัลลังก์ไม่มีใครแย่งเราหรอก เขาคงให้เรา แต่อยากกลับมาทำงานนี้ต่อ เพราะมันเป็นอาชีพเรา ไม่ได้ออกอัลบั้มใหม่มานานมาก มีแต่งานทีวีรายการ แต่ว่าเพลงใหม่ที่ต่อเนื่องไม่มี อยากทำ
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
คลิปสัมภาษณ์ คัฑลียา มารศรี