นักวิจัยหญิงในแล็บหวู่ฮั่น ที่เชื่อว่าเป็น ‘ผู้ป่วยโควิดรายแรกของโลก’ ยังคงสาบสูญปริศนา!

199
ฮวง (บนสุดขวา) นักวิจัยทำงานที่สถาบันไวรัสวิทยาหวู่ฮั่น เป็นภาพก่อนที่เธอจะหายตัวไป (Image: @BonicMichael /Twitter)

ชะตากรรมของนักวิจัยหญิงชาวจีน ที่เชื่อกันว่า เธอเป็นผู้ป่วยโรคโควิด -19 รายแรกของโลก ยังคงหายปริศนา แม้จะมีความพยายามค้นหาโดยเจ้าหน้าที่ข่าวกรองตะวันตกมาเป็นเวลา 1 ปี เพื่อตรวจสอบต้นกำเนิดของการระบาด

ฮวง หยานหลิง (Huang Yanling) ซึ่งทำงานที่สถาบันไวรัสวิทยาหวู่ฮั่น เป็นหนึ่งในจำนวนของแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักเคลื่อนไหว และนักข่าว ของจีนที่หายตัว ท่ามกลางความสงสัยว่ามีการปกปิดข้อมูล

ในช่วงสัปดาห์แรกที่มีการระบาดของโควิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา มีข่าวลือแพร่สะพัดในโซเชียลมีเดียของจีนว่านักศึกษาปริญญาโทคนหนึ่งเป็น “ผู้ป่วยหมายเลขศูนย์” ซึ่งสร้างความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างห้องปฏิบัติการนี้ของจีนกับการระบาดของไวรัส

เจ้าหน้าที่ของจีนรีบเข้าไป “เซ็นเซอร์” รายงานนี้จากอินเทอร์เน็ต

สถาบันไวรัสวิทยาหวู่ฮั่นปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่ผู้ป่วยหมายเลขศูนย์ และยืนกรานโดยไม่มีหลักฐานว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ หรืออยู่ที่ใดในประเทศ ในขณะที่ประวัติและรูปภาพของเธอก็ถูกขจัดออกจากเว็บไซต์

โพสต์ที่อ้างว่ามาจากฮวงปรากฏในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย “วีแชต” (WeChat) ในภายหลัง

“ถึงอาจารย์และเพื่อนนักศึกษา นานแล้วที่ไม่ได้สนทนากัน” ข้อความดังกล่าวระบุ “ฉันชื่อ ฮวง หยานหลิง ยังมีชีวิตอยู่ หากคุณได้รับอีเมลใดๆ (เกี่ยวกับข่าวลือเรื่องโควิด-19) โปรดรู้ว่ามันไม่เป็นความจริง”

ส่วนอดีตเจ้านายของเธอก็โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย โดยอ้างว่าเธอออกจากองค์กรในปี 2015 ขณะที่สำนักข่าวของจีนอ้างว่าได้พูดคุยกับนายจ้างใหม่ของเธอ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดอื่น ๆ

ภาพถ่ายที่ไม่ค่อยชัดของหญิงสาวในวัย 20 ปี ที่มีผมยาว อยู่ด้านหลังเพื่อนร่วมงาน ซึ่งถูกนำมาจากเว็บไซต์และเผยแพร่ทางออนไลน์เป็นภาพเดียวของฮวงที่ถูกรู้จัก

ตามรายงานของเดลี่เมล สื่อแทบลอยด์อังกฤษชื่อดัง ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ (17 ม.ค.) ที่ผ่านมา ระบุว่าตนได้พยายามติดตามหาตัวเธอแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับเธอนอกเหนือจากชื่อของเธอซึ่งถูกรวมอยู่ในผู้เขียนเอกสารทางวิทยาศาสตร์สามฉบับที่ออกโดยสถาบันไวรัสวิทยาหวู่ฮั่น ระหว่างปี 2013 ถึง 2015

เดลี่เมลระบุว่า รัฐบาลและหน่วยข่าวกรองของตะวันตกก็ได้พยายามและล้มเหลวในการติดตามตัวฮวง หยานหลิง ทำให้หวั่นว่าเธออาจจะตายไปแล้วหรือถูกทางการจีนควบคุมตัวไว้

ก่อนหน้านี้ การหายตัวไปของฮวงได้ถูกอ้างถึงในเอกสารความยาว 15 หน้าซึ่งจัดทำโดยรัฐบาลตะวันตก (และเผยแพร่โดยเดอะซันเดย์เทเลกราฟ เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว) โดยระบุว่า พยานบุคคลเกี่ยวกับไวรัสที่ได้หลบหนีออกจากห้องทดลอง

เดลี่เมลระบุว่า ตนได้สอบถามข้อมูลอย่างมากมายในประเทศจีนรวมถึงส่งข้อความถึงอดีตเพื่อนร่วมงานของเธอ แต่ก็ไม่ได้อะไรเลย

แม้จะมีการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตของจีนในการออกมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของฮวง แต่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายคนยังคงคาดเดาเกี่ยวกับชะตากรรมของเธอ โดยบางคนอ้างว่าเธออาจถูกเผาศพอย่างเร่งด่วน

“ทุกคนบนอินเทอร์เน็ตของจีนกำลังค้นหาฮวง” บล็อกเกอร์คนหนึ่งเขียน ตามรายงานของเดลี่เมล “แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเธอตายแล้ว”

ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวกับเดลี่เมลเมื่อวันอาทิตย์ว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ป้องกันไม่ให้ผู้ตรวจสอบสัมภาษณ์นักวิจัยจากสถาบันไวรัสวิทยาหวู่ฮั่น “รวมถึงผู้ที่ป่วยในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2019”

“ ทุกวันนี้ปักกิ่งยังคงดองข้อมูลสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ต้องการเพื่อปกป้องโลกจากไวรัสมรณะนี้และไวรัสตัวต่อไป” ปอมเปโอกล่าว

สิง่นี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เพิ่มการโจมตีจีนในเรื่องการระบาดใหญ่ โดยอ้างว่าพวกเขามีหลักฐานใหม่ที่พิสูจน์ได้ว่าโควิด-19 รั่วไหลจากห้องปฏิบัติการแห่งนี้

ก่อนหน้านี้ปอมเปโอเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลกดำเนินการสอบสวนความเป็นไปได้ ที่ไวรัสดังกล่าวเป็นผลมาจากการรั่วไหลของห้องปฏิบัติการ “โดยบังเอิญ”

เขากล่าวว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐพบว่า นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันไวรัสวิทยาหวู่ฮั่นล้มป่วยในฤดูใบไม้ร่วงปี 2019 โดยมีอาการสอดคล้องกับโควิด -19 ซึ่งเร็วกว่าที่เคยเชื่อกัน

“สิ่งนี้ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของ สือ เจิ้งหลี่ (Shi Zhengli) นักวิจัยอาวุโสสถาบันไวรัสวิทยาหวู่ฮั่น ที่อ้างว่ามี ‘การติดเชื้อเป็นศูนย์’ ในหมู่เจ้าหน้าที่และนักศึกษาของสถาบันฯ ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ SARS-CoV-2 หรือไวรัสที่เกี่ยวข้องกับโรคซาร์ส” ปอมเปโอกล่าว

กลุ่มแรกของผู้ป่วยโควิดถูกค้นพบในหวู่ฮั่น เดือนธันวาคม 2019 โดยมีรายงานเบื้องต้นที่เชื่อมโยงการระบาดของโรคกับ “ตลาดสด” ที่ขายและฆ่าสัตว์แปลกๆ

“ผู้ป่วยหมายเลขศูนย์” ของตลาดหวู่ฮั่น ก่อนหน้านี้ถูกระบุว่าเป็นแม่ค้าอาหารทะเลวัย 57 ปีหญิงชื่อ เว่ย กุ้ยเซียน (Wei Guixian) ซึ่งเริ่มรู้สึกไม่สบายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม

เมื่อวันพฤหัสบดี (14 ม.ค.) ที่ผ่านมา ทีมผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เดินทางถึงอู่ฮั่นเพื่อเริ่มต้นการสอบสวนต้นกำเนิดของไวรัส ซึ่งขณะนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่าสองล้านคนทั่วโลก

“เราต้องระมัดระวังการใช้วลี ‘ผู้ป่วยหมายเลขศูนย์’ ซึ่งหลายคนระบุว่าเป็นกรณีเริ่มต้นครั้งแรก” มาเรีย แวน เคอร์โกโฮฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคโควิด-19 ของ WHO กล่าวในงานแถลงข่าว

“เราอาจไม่มีทางพบว่าผู้ป่วยหมายเลขศูนย์คือใคร”

รัฐบาลตะวันตกเชื่อว่า WHOได้ยกให้จีนควบคุมการสอบสวนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนำไปสู่ความกลัวว่าจะมีการฟอกขาวล้างบาป

“น่าเสียดายที่เรื่องนี้กลายเป็นการสอบสวนทางการเมือง” Wang Linfa นักไวรัสวิทยาชาวออสเตรเลียจากสิงคโปร์กล่าวกับ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ในเดือนพฤศจิกายน “ ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไร มันก็แค่เป็นเชิงสัญลักษณ์เท่านั้นเอง”

อ้างอิง
เดลี่เมล , มิเรอร์