โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” นำ 8 ชุมชน Central Tham Communities ต้นแบบแห่งความสำเร็จ ร่วมโชว์เคสเปิดตัวที่แรกในงาน “จริงใจ มาหา…นคร”

19

โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” นำ 8 ชุมชน Central Tham Communities ต้นแบบแห่งความสำเร็จ ร่วมโชว์เคสเปิดตัวที่แรกในงาน “จริงใจ มาหา…นคร” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โครงการเซ็นทรัล ทำ โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ต่อยอดความสำเร็จด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีรายได้ที่ยั่งยืน พาไปรู้จัก 8 ชุมชนเซ็นทรัลทำ (Central Tham Communities) ต้นแบบแห่งความสำเร็จจากการดำเนินงานด้าน CSR ที่พัฒนาสู่ CSV ของโครงการเซ็นทรัลทำ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้กับธุรกิจและสังคมในการพัฒนาอย่างยั่งยืน เปิดตัวสู่กลางกรุงพร้อมกันครั้งแรกที่งาน “จริงใจ มาหา…นคร” พร้อมยกขบวนสินค้าผลผลิตจากชุมชนในโครงการ จริงใจ Farmers’ Market ทั้ง 33 จังหวัดทั่วไทยสู่ใจกลางกรุง ที่ทาง โครงการเซ็นทรัล ทำ ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรในท้องถิ่นได้นำสินค้าประเภทผักสดผลไม้ปลอดภัย และเกษตรอินทรีย์ รวมถึงอาหารพร้อมรับประทาน มาจำหน่ายด้วยตนเอง เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะการขายและการตลาดร่วมกันกับกลุ่มเซ็นทรัล เดินหน้าผลักดันและพัฒนาคุณภาพสินค้าพร้อมสร้างรายได้คืนสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า นับจากตลาด จริงใจ Farmers’ Market สาขาแรกที่ ท็อปส์ มาร์เก็ต เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2561 จนประสบความสำเร็จและกลายเป็นโมเดลต้นแบบในหลายพื้นที่ทั่วไทย วันนี้เราได้สะท้อนความสำเร็จของงาน “จริงใจ มาหา…นคร” ในรูปแบบงานอีเวนต์ที่ได้รวมสินค้ามากกว่า 1,000 รายการส่งตรงจากเกษตรกรไทยในโครงการ จริงใจ Farmers’ Market ทั้ง 33 จังหวัด มาไว้ในงานเดียว และพิเศษกว่านั้นคือ งานนี้เราได้เชิญ 8 ชุมชนต้นแบบที่ทางเซ็นทรัลทำเข้าไปสนับสนุนการดำเนินงาน จนประสบความสำเร็จด้านการพัฒนาผลผลิต คุณภาพสินค้าพร้อมสร้างรายได้คืนสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง มาร่วมโชว์เคสเปิดตัวครั้งแรกงาน จริงใจ มาหา…นคร เพื่อเป็นการเผยแพร่สินค้าคุณภาพและปลอดภัยจากเกษตรกรทั่วไทยให้คนกรุงเทพได้จับจ่ายใช้สอย และได้พบปะพูดคุยกับเกษตรกรตัวจริง หากชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรก็สามารถไปเลือกซื้อได้เมื่อมีโอกาสไปเยือนในจังหวัดนั้นๆ สำหรับ 8 โครงการโดดเด่นที่มาร่วมโชว์เคสในงาน จริงใจ มาหา…นคร ได้แก่

  • ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์และท่องเที่ยววิถีชุมชน สหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการขยายผลจากการดำเนินธุรกิจของ สหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด ที่มีสมาชิก 110 ราย และมีการสร้างเครือข่ายสมาชิกเพิ่มเติม 10% ต่อปี สามารถเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ เพื่อผลิตแหล่งอาหารที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืนกลับคืนสู่สังคม ช่วยลดต้นทุนระยะยาว และเกษตรกรมีสุขภาพแข็งแรง โดยเน้นพืชผักพื้นเมือง และผลไม้ สินค้าเกษตรแปรรูป ส่งขายที่ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และตลาดจริงใจ มาร์เก็ต เชียงใหม่ สร้างรายได้ให้ชุมชนในปี 2565 มากกว่า 5 ล้านบาท และยังได้ต่อยอดด้านการท่องเที่ยววิถีชุมชน โดยจัดทำที่พักโฮมสเตย์อีกด้วย
  • ศูนย์เรียนรู้พัฒนาผลผลิตการเกษตร วิสาหกิจชุมชนปลูกพืชเศรษฐกิจบ้านเทพพนา จ.ชัยภูมิ โครงการ เซ็นทรัล ทำ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยการ พัฒนาต่อยอดด้านท่องเที่ยวชุมชนเชิงวิถีเกษตรอินทรีย์ โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา ชุมชนมีสมาชิกกว่า 400 ราย มีรายได้กว่า 3 ล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกปีละ 100 ราย
  • ศูนย์เรียนรู้ผ้าทอนาหมื่นศรี วิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี จ.ตรัง รวบรวมผ้าทอมือโบราณที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี พร้อมทั้งสืบสานลายอัตลักษณ์โบราณ ในปี 2565 ที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนกว่า 3 ล้านบาท และมีจำนวนสมาชิกชุมชนที่เข้าร่วม 155 คน
  • ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์และการจัดการสิ่งแวดล้อม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตร อินทรีย์ตำบลบัวใหญ่ จ.น่าน ปี 2562 เซ็นทรัล ทำ และ WWF Thailand ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ “สร้างอาหารยั่งยืน ฟื้นคืนป่าน่าน” ขยายพื้นที่การทำเกษตรอินทรีย์ และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ พื้นที่ 257 ไร่ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน เพื่อฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศ ยกระดับคุณภาพชีวิต อาหารท้องถิ่น (local food) และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร (food security) อย่างยั่งยืน
  • ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท จ.สุรินทร์ กลุ่มเซ็นทรัลได้ ร่วมสนับสนุนงบประมาณโครงการ “สระน้ำไร่นา ประชารัฐสามัคคี เกษตรอินทรีย์วิถีสุรินทร์ 0” หรือ โคกหนองนา โมเดล จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการแก้ปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยทำการขุดสระน้ำเพื่อการเพาะปลูกกว่า 100 สระครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด นอกจากนี้ผลผลิตของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจำหน่ายที่ตลาดจริงใจ Farmers’ Market สาขา ท็อปส์ มาร์เก็ต สุรินทร์ และกลุ่มเซ็นทรัลมีแผนที่จะนำผลผลิตเข้าไปจำหน่ายใน ท็อปส์ สาขาอื่นๆ และธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลต่อไป
  • ศูนย์เรียนรู้พืชและสมุนไพรพื้นถิ่นภาคใต้ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านรถจิ๊ป จ.สุราษฎร์ธานี กลุ่มเซ็นทรัลได้สนับสนุนในโครงการฟื้นฟูป่าชุมชนและความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) ในปี 2566 กลุ่มเซ็นทรัล ได้ขับเคลื่อนสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS ต่อยอดสู่การตลาดและจัดหาช่องทางจัดจำหน่ายพร้อมกับสร้างแบรนด์ สวนป่าประดู่ เกษตรยั่งยืน จำหน่ายผักพื้นบ้าน สมุนไพร และเครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งผลผลิตดังกล่าวจำหน่ายแล้วที่ จริงใจ Farmers’ Market สาขา Central เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี, เซ็นทรัลเวิลด์,บางนา
  • ศูนย์แปรรูปอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชน วิสาหกิจชุมชนถนอมอาหารจากปลาบ้านตราชู อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ที่มีความโดดเด่นด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลา ภายใต้แบรนด์ บัวงาม มีสินค้าไฮไลท์ คือปลาจากลำน้ำแม่ลา เช่น ปลาช่อนแดดเดียว,ปลาสลิดแดดเดียว,ปลาเนื้ออ่อนแดดเดียว เมนูน้ำพริกพร้อมรับประทาน กลุ่มเซ็นทรัลได้ให้การสนับสนุนช่องทางจัดจำหน่ายทั้งใน ท็อปส์ และ จริงใจ Farmers’ Market
  • โครงการท่องเที่ยวชุมชนสไมล์เมล่อน (Smile Melon) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา จ.อยุธยา กลุ่มเซ็นทรัล ได้เห็นศักยภาพของชุมชนในการผลิตเมล่อนที่มีคุณภาพ ในปี 2560 จึงได้สนับสนุนงบประมาณ ในการก่อสร้างโรงคัดบรรจุสินค้าทางการเกษตรพร้อมอุปกรณ์ ตามมาตรฐาน GMP รวมทั้งออกแบบป้ายและแพคเกจจิ้ง พร้อมผลักดันนำเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายที่ท็อปส์ ปัจจุบัน ฟาร์มเมล่อน ได้ยกระดับเป็นชุมชนท่องเที่ยววิถีชุมชน เพื่อเพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

สำหรับความสำเร็จในปี 2565 ของโครงการเซ็นทรัล ทำ ได้สร้างรายได้ให้กับชุมชนกว่า 1,500 ล้านบาท สร้างงานและสนับสนุนอาชีพให้กับผู้พิการ 751 ราย และสนับสนุนชุมชนอื่นๆ อีกมาก กว่า 100,000 ครัวเรือน สำหรับอนาคต ตั้งเป้าสร้างรายได้ให้ชุมชนถึง 1,800 ล้านบาทต่อปี เพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูป่า 6,500 ไร่ และบรรลุเป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เราติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน 101 หลัง ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากถึง 71,500 เมกะวัตต์-ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งสถานีชาร์จสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 80 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนการใช้พลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ ยังสามารถลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร ได้มากกว่า 4,000 ตัน และลดขยะจากการรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ได้มากกว่า 10,000 ตัน บรรจุภัณฑ์ ร้อยละ 85 ของแบรนด์สินค้าในกลุ่มเซ็นทรัล (กลุ่มอาหาร) เป็นวัสดุรีไซเคิลได้