รักหลอนในรั้ววัง (ตอนที่ 1)

31616

อันพระองค์ทรงฝากพระชีพไว้          หม่อมฉันขอรับใส่ในดวงจิต
อีกทรงฝากความสุขทุกชนิด           ขอถวายไม่คิดขัดจำนง
อะไรเป็นความสราญวานรับสั่ง        จะถวายได้ดังพระประสงค์
ขอแต่เพียงทรงเลี้ยงให้เที่ยงตรง      อย่าผลักส่งเข้าขังวังหลวงเอย.

กลอนบทนี้เป็นพระนิพนธ์ของ พระนางเธอลักษมีลาวัณ พระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6เมื่อครั้งถวายตัวเป็นนางใน และรับหมั้น

พระนางเธอลักษมีลาวัณ มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าวรรณพิมล วรวรรณ มีพระนามเรียกกันในหมู่พระญาติว่า “ท่านหญิงติ๋ว” เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กับ หม่อมหลวงตาด วรวรรณ (สกุลเดิม มนตรีกุล) และเป็นพระขนิษฐาต่างชนนีของ พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี (พระนามเดิม: หม่อมเจ้าวรรณวิมล วรวรรณ) พระธิดาองค์โตในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กับหม่อมอินทร์ วรวรรณ ณ อยุธยา ซึ่งเคยเป็นอดีตพระคู่หมั้นในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับการสถาปนาเป็น “พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี”

King&Worrakanya

 พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี
พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี

เรื่องราวของสองพี่น้องราชนิกูลนี้ กลายเป็นเรื่องราวซับซ้อนซ่อนรัก เพราะพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าทรงคบหากับหม่อมเจ้าลักษมีลาวัณ พระขนิษฐาของพระวรกัญญาปทานอย่างเปิดเผยในระหว่างที่ยังทรงหมั้นอยู่ด้วย ทั้งยังทรงติดต่อกันทางจดหมายเพื่อระบายความในส่วนพระองค์กับหม่อมเจ้าลักษมีลาวัณอยู่เนืองๆ จนเรื่องราวขัดข้องหมองใจกับพระคู่หมั้น (พระวรกัญญาฯ) มาถึงจุดแตกหัก โดยมีพระราชนิพนธ์ปรากฎอยู่ในหนังสือ “ดุสิตสมิต” หลังทรงถอนหมั้นกับ พระวรกัญญาฯ ดังนี้…..

อย่าทะนงอวดองค์ว่างามเลิศ    สวยประเสริฐยากที่จะเปรียบได้
อย่างทะนงอวดองค์ว่าวิไล            อันสุรางค์นางในยังมากมี
อย่าทะนงอวดองค์ว่าทรงศักดิ์        จะใฝ่รักแต่องค์พระทรงศรี
นั่งรถยนต์โอ่อ่าวางท่าที            เป็นผู้ดีแต่ใจไพล่เป็นกา
อย่าดูถูกลูกผู้ชายที่เจียมตน            อย่าดูถูกฝูงชนที่ต่ำกว่า
อย่าทะนงอวดองค์ว่าโสภา            อันชายใดฤาจะกล้ามาง้องอน

ด้วยเรื่องที่พระวรกัญญาฯทำให้ขัดพระราชหฤทัยหลายครั้งหลายคราว ต่อมาจึงมีพระบรมราชโองการให้ท้าวนางจ่าโขลนนำโซ่ตรวนทองคำไปเชิญพระองค์เจ้าวัลลภาเทวีมายังพระบรมมหาราชวัง แต่ด้วยทรงพระทิฐิมานะ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวีจึงไม่ยอมทูลขอพระราชทานอภัย ทั้งยังส่งหนังสือ “ศกุนตลา” ที่เคยพระราชทาน กลับไปพร้อมกับกลอนบทที่ว่า…..

ทรงภพผู้ปิ่นโปรดฦาสาย
พระองค์เองสิไม่มียางอ