หนึ่งศตวรรษ “วันสตรีสากล” สิทธิและเสียงของผู้หญิงกับโลกที่เปลี่ยนไป

543

ย้อนไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1857 กรรมกรหญิงในโรงงานทอผ้า รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาได้พากันลุกฮือประท้วงให้นายจ้างเพื่อขอเพิ่มค่าแรง และเรียกร้องสิทธิของพวกเธอ แต่แล้วเหตุการณ์นี้ก็กลายเป็นโศกนาฎกรรมใหญ่ ที่มีผู้หญิงถึง 119 คนต้องเสียชีวิตจากการที่มีคนลอบวางเพลิงเผาโรงงานในขณะที่พวกเธอนั่งชุมนุมกันอยู่ แต่จากเหตุการณ์นี้เองที่เหมือนการจุดเชื้อไฟในหัวใจของผู้หญิงที่ไร้สิทธไร้เสียงมานานให้ปะทุขึ้นอย่างยากที่จะดับ!!

ในปี ค.ศ.1907 กรรมกรหญิงในโรงงานทอผ้าที่เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกาทนไม่ไหวต่อการเอารัดเอาเปรียบ ทั้งกดขี่และทารุณของนายจ้างที่ใช้งานพวกเธอเยี่ยงทาส เนื่องจากกรรมกรหญิงเหล่านี้ต้องทำงานหนักถึงวันละ 16-17 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด ไม่มีประกันการใช้แรงงานใดๆ เป็นผลให้เกิดการเจ็บป่วยล้มตายตามมาในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่กลับได้รับค่าแรงเพียงน้อยนิด และหากตั้งครรภ์พวกเธอก็จะถูกไล่ออกทันที

ความอัดอั้นตันใจของสตรีชนชั้นแรงงานเหล่านี้ ทำให้ “คลาร่า เซทกิน” นักการเมืองสตรีชาวเยอรมันตัดสินใจปลุกระดมเหล่ากรรมกรสตรีด้วยการนัดหยุดงานในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1907 พร้อมกับเรียกร้องให้นายจ้างลดเวลาการทำงานลงเหลือวันละ 8 ชั่วโมง อีกทั้งให้ปรับปรุงสวัสดิการทุกอย่าง และให้สตรีมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งด้วยKlara Setkinแม้การเรียกร้องครั้งนั้นจะไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากมีแรงงานหญิงหลายร้อยคนที่เข้าร่วมประท้วงถูกจับกุม แต่นั่นก็ทำให้สตรีทั่วโลกหันมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ คลาร่า เซทคิน และเป็นการจุดประกายให้สตรีทั่วโลกเริ่มตระหนักถึงสิทธิของตัวเองมากขึ้น

ต่อมาในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1908 มีแรงงานหญิงกว่า 15,000 คน ร่วมเดินขบวนทั่วเมืองนิวยอร์ก เรียกร้องให้ยุติการใช้แรงงานเด็ก โดยมีคำขวัญการรณรงค์ว่า