รู้หรือไม่? “ซีเล็ค” ก็มีปลาแมคเคอเรลและซาร์ดีนในกระป๋อง

14

ซีเล็ค ทูน่า เป็นคำเรียกชื่อแบรนด์ที่ติดปากและรู้จักกันเป็นอย่างดีแต่คุณรู้หรือไม่ว่าแบรนด์ซีเล็คก็มีปลากระป๋อง มีทั้งปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรลที่มีการคัดสรรคุณภาพของทั้งปลาและซอสได้รสชาติที่อร่อย และขายในราคามิตร ภาพที่ใครก็จับต้องได้ ที่สำคัญไปกว่านั้น ยังมีคุณค่าทางอาหารสูง และไม่มีสารกันบูดปลากระป๋องเป็นอาหารที่ทุกคนรู้จักดี แต่ก็มีผู้บริโภคบางคนอาจจะ ไม่รู้ว่า ปลากระป๋องกินได้บ่อยๆและมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

นายศรัณย์ รัตนรุ่งเรืองชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)ในนามบริษัทผู้ผลิตปลากระป๋องภายใต้แบรนด์ซีเล็คอธิบายว่า “นอกเหนือจากปลาทูน่า แบรนด์ซีเล็คที่เป็นผู้นำในไทยและต่างประเทศแล้วนั้น ทางบริษัท ฯ ยังมีผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องทั้งปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ ที่มีจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ โดยปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรลถือว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการหลากหลายซึ่งมีสารอาหารหลักๆ ได้แก่ โปรตีน แคลเซียมสูง และโอเมก้า 3,6,9  สิ่งสำคัญนอกเหนือจากคุณค่าทางอาหารที่มีครบถ้วนและรสชาติอร่อยแล้ว ผู้บริโภคอาจไม่ทราบมาก่อนว่าในปลากระป๋องของเราไม่มีสารกันบูด เพราะผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อแบบสเตอริไลท์เซชั่น ซึ่งเป็นการใช้ความร้อนสูงภายใต้แรงดันที่กำหนดและถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทจึงเก็บรักษาไว้ได้นานและยังคงรักษาคุณประโยชน์เหมือนเดิม”

“และด้วยความตั้งใจอยากให้คนไทยได้รับประทานปลากระป๋องที่มีคุณภาพและได้คุณค่าทางโภชนาการอย่างหลากหลายในราคาที่คุ้มค่ามากๆทางแบรนด์ซีเล็คจึงออกผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องซีเล็ค เดลี่ ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศที่ได้เพิ่มปริมาณมากขึ้นถึงประมาณ20% แต่ตั้งราคาพิเศษเพียง15 บาทต่อกระป๋องเท่านั้น ให้ทุกคนได้อิ่มคุ้ม ประโยชน์ล้น เพราะประกอบด้วย แคลเซียมสูง และโอเมก้า 3, 6 และ 9”

“แม้ในสถานการณ์ที่ปลากระป๋องมีความต้องการสูงและถือเป็นสินค้าจำเป็นและเก็บสำรองไว้ที่บ้านทางแบรนด์ซีเล็คขอยืนยันให้ผู้บริโภคทราบว่า เราได้เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้สินค้าเพียงพอและมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเรายังคงคุณภาพสินค้าได้ตามมาตรฐาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และขอเป็นกำลังใจให้คนไทยร่วมใจกันต่อสู้ เพื่อผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี”

ซีเล็ค เดลี่ ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ 155 กรัม พิเศษในราคาเพียง 15 บาทต่อกร